อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่น ไม่ปล่อยคนผิดลอยนวล บอกให้ชะลอแล้ว ก็ยังบรรจุ เล็งกำหนดทีโออาร์ ขึ้นแบล็กลิสต์คนทุจริตห้ามสอบซ้ำ

“นายกฯ” แถลงทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น ยัน ทำตามข้อเท็จจริง – รวดเร็ว “ไม่มีมวยล้มต้มคนดู” บอก สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วหลายคน ลั่น “นักการเมือง” เอี่ยวไม่รอดแน่โดนหนักหลายเท่า บอก บางคนอ้างเป็นฮีโร่ “แต่ทำผิดเต็มส้นเท้า” โดนสาวหมด ย้ำ บอกแล้วให้ชะลอผลสอบทั้งหมด แต่ ก กลาง เข็นเดินหน้า ข้องใจ กม.ตั้ง คกก.ซ้ำซ้อน ชี้ “มท.1” มีเสียงโหวตเดียวใช้อำนาจไม่ได้ เล็งบรรจุทีโออาร์ ขึ้นแบล็กลิสต์คนทุจริตห้ามสอบซ้ำ

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกราง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบังคับการปราบปรามและติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 โดยมีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในฐานะรมว.มหาดไทย ต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) รวมถึงหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงการกระทำอันอุกอาจผิดกฎหมายและเป็นประเด็นที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมา ตนไม่ได้มีความสบายใจ เพราะมันเป็นเรื่องภายในกำกับดูแลของรัฐบาล

นายกฯ กล่าวอีกว่า ถ้าไม่ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกท่าน ก็จะทำให้ความเคลือบแคลงใจของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อคดีนี้เป็นที่สงสัย แต่ท่านทั้งหลายทำให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง ทำให้เห็นเครือข่ายว่าหลายคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในวงจรนี้ก็ยังร่วมในการกระทำการทุจริตอื่นๆ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ยืนยันกับประชาชนว่า ขอให้มีความมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและมั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกหรือไปเบียดบังคดีความต่างๆ เป็นอันขาด ยิ่งกรณีนี้เป็นกรณีที่อาจหาญต่อการทุจริตตั้งแต่การสอบรับข้าราชการ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าจะไม่มีการบิดเบือนคดีเป็นอื่นเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่เรามีอยู่ ที่เรากำลังสืบหาอยู่ ต้องมีการตรวจทาน เพื่อนำมาประกอบเปรียบเทียบกัน คือหลักที่ประชาชนทุกคนสามารถให้ความไว้วางใจ

“คดีนี้ไม่มีบรรเทา ไม่มีการยืดหยุ่น ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการไปตามหลักกฏหมายอย่างเคร่งครัดและไม่มีกฎหมายใดๆ หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ที่ทุกคนจะต้องไปตอบแทนหรือเกรงกลัวใดๆ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่ท่านได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาในกรณีนี้ ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เคยมีตำแหน่งราชการใดๆ ก็ตาม การดำเนินคดีมีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปหลายคน แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะกว่าจะถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและยืนยันหลักฐานให้ชัดเจน

เมื่อถามถึงกรณีการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คนที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เพิ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) เมื่อช่วงเช้าว่า สถ.ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้าวันที่ 23 ก.ค.นี้ จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก กลาง) ซึ่งตนเป็นประธาน ถ้าตนสั่งได้ก็สั่งไปแล้ว อยู่แนวหน้ารมว.มหาดไทย ป่านนี้ผลสอบครั้งนี้มันก็ไม่เกิดแล้ว แต่มันจะต้องผ่านคณะกรรมการกลาง ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ตนได้ให้แนวทางตั้งแต่ทราบเรื่องว่าให้ชะลอ อย่าเพิ่งเรียกไปรายงานตัว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ถ้าวันนี้ สถ.มีมติเรียบร้อยว่าพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย พบการบิดเบือนผลการสอบต่างๆ เราต้องรายงานคณะกรรมการ ก กลาง ซึ่งตนถามเขาแล้วว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะบอกแล้วไม่ให้บรรจุ แล้วยังไปบรรจุ ขนาดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)ออกหนังสือไม่ให้บรรจุ ให้ชะลอ แต่ก็ยังบรรจุต่อไป

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตรงนี้จะต้องอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการต่อไป ซึ่งในคณะกรรมการ ก กลาง จะต้องนำเรื่องเข้าไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่สำหรับตนให้ยกเลิก แต่ถ้ายังมีคณะกรรมการหลายคน ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากท้องถิ่น ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน ถ้าเขายังบอกว่าดำเนินการต่อไป ก็ให้โหวตกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของตน กระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล เราก็มีความเห็นของเรา

เมื่อถามว่า ในส่วนที่ทักท้วงไปแล้ว นายกฯ มีอำนาจในการปกครอง ทำไมไม่ออกคำสั่งให้มีการถอน นายกฯ กล่าวว่า “ถามแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เข้าใจกฎหมาย มันไม่ได้มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจก็เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ใช่แค่ทัก แต่ผมบอกแล้วว่าให้ชะลอ แต่ต้องใช้มติของคณะกรรมการ ก กลาง กฎหมายเขียนไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร่าง เราก็ต้องมานั่งดูด้วยว่าทำไมกฎหมายถึงออกมาเช่นนี้”

“ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชั้น รมว.มหาดไทยคือประธานกรรมการแค่ชุดเดียว คือชุดกลาง ถ้าจะโหวตก็มีแค่เสียงเดียว ในกระทรวงมหาดไทยน่าจะมีไม่เกิน 3 เสียง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่เหลือเป็นกรรมการจากหน่วยงานอื่นๆ ใช้อำนาจไม่ได้ ถ้าใช้อำนาจได้ก็ไม่ต้องมากวนผบ.ตร.” นายกฯ เผย

เมื่อถามต่อว่า กรณีผู้สมัครที่สอบผ่าน อยากร้องขอความเป็นธรรมว่า การสอบทำมาอย่างถูกต้อง นายกฯ กล่าวว่า เราต้องดูก่อนว่าการสอบตอนนี้เจอประมาณ 5,900 รายที่ทุจริต ตนก็ต้องไปหารือทางฝ่ายกฎหมายต่อกรณีนี้ ถ้ามันทุจริตตั้งแต่ช่วงต้นมีการเปิดเผยข้อสอบ มีการบิดเบือนผลการสอบ ถ้ามันนำไปสู่การยกเลิกเพิกถอนอะไรได้ เราก็ต้องทำตามทุกอย่างที่กฎหมายเปิดช่องไว้

เมื่อถามว่า หากดำเนินการสอบไปแล้ว พบว่ามีผู้ทุจริตจะต้องขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามสอบอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องถูกกำหนดอยู่ในทีโออาร์ต่อไป แต่อย่างน้อยคนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่คะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับการประกาศผล ตนเชื่อว่าทางพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินคดี เรียกมาสอบปากคำ ถ้าพบเป็นความผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อไป

เมื่อถามต่อว่า 5,000 กว่าตำแหน่งที่เพิกถอนแล้วจะเลื่อนคนที่ลำดับถัดไปขึ้นมาหรือว่าต้องสอบใหม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสถ.จะยกเลิกสอบ ยกเลิกผลประกาศสอบ มันต้องมาจากคณะกรรมการ ก กลาง ไม่มีอำนาจตรงไหนที่ให้รมว.มหาดไทย ทำเองได้โดยที่ไม่ต้องใช้มติของคณะกรรมการ

“ต้องรอการประชุม ผมทราบว่าจะประชุมในวันที่ 23 ก.ค. ปกติผมจะมอบรมช.มหาดไทย ทำงานแทน ตั้งแต่ผมมาเป็นรมว.มหาดไทย ในปี 2566 ได้ให้ มท.2 กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น สัปดาห์หน้าก็ประเมินแล้วคิดว่ามีความจำเป็นที่ผมจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ประธานเอง เพราะมันไม่ได้จำกัดสิทธิ์อะไรของผมในการไปทำหน้าที่ประธาน” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากจะต้องไปรื้อคณะกรรมการหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปดู เพราะอันนี้เป็นกฎหมายประกอบในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เชื่อว่าถ้ามีการเปิดให้มีการทุจริตในระดับขนาดนี้ คิดว่ากระทรวงมหาดไทยมีเหตุผลที่ต้องพิจารณาเรื่องการแก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้คงมีการแถลงข่าวขยายผลอีกหลายครั้ง เพราะการกระทำที่อุกอาจขนาดนี้ คงไม่ได้แค่มีผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป

“ผมมีความเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ว่าเราจะไม่มีทางปล่อยให้คนร่วมกระทำความผิดลอยนวลอย่างแน่นอน และไม่ต้องห่วงระบบนี้คนมันเยอะ แต่ละคนเดี๋ยวเขาก็ซัดทอดไปถึงคนอื่น มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว”

“สิ่งที่สื่อมวลชนกังวลว่าตรงไหนซ่อนอยู่ คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง คนไหนทำเป็นฮีโร่ แต่ความจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มส้นเท้า ก็จะถูกขยายผลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งการดำเนินการมาจนถึงระดับนี้ ก็มาจากการขยายผล” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่ ป.ป.ท. จะดำเนินการหลังจากนี้ คือจะหาแนวทางที่ชัดเจนและแนวและแนวป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ตามที่นายกฯ ระบุไว้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ป.ป.ท.จะหาแนวทางที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอนายกฯ ต่อไป ว่าข้อเท็จจริงคืออะไรและช่องโหว่อย่างไร

จากนั้น นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมืองจะรอดหรือไม่ ไปดูข้อกฎหมาย ที่บอกว่าเป็นข้าราชการเป็นเจ้าพนักงานเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีสถานะจะต้องโดนลงโทษ 2 เท่าถึง 3 เท่า ยังมีกฎหมายนี้อยู่ ตนได้ให้หลักการนี้ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกคน

จากนั้น เวลา 14.10 น. ภายหลังเสร็จสิ้นติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า ได้เจอผู้ต้องหาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เพิ่งเดินผ่านเมื่อกี้ ตนไม่ทราบด้วยว่าเป็นผู้ต้องหา ตำรวจบอกให้เข้ามายืนด้านข้าง เพื่อให้ผู้ต้องหาเดินผ่านไปฝากขังตามกระบวนการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน