‘ศุภมาส’ ลุยตรวจอู่ซ่อมรถ หลังพบร้องเรียนกว่า 1,700 เรื่อง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มไม่แจ้งสั่งเข้มหลักฐานการรับเงิน อู่ไหนไม่ออกเจอปรับ 200,000
16 ก.ค. 69 – น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานเขตจตุจักร ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้บริการซ่อมรถยนต์ บริษัท โตโยต้า บัสส์ จำกัด สาขาวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า สคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ ตั้งแต่ปี 65 มากกว่า 1,700 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการซ่อมเครื่องยนต์และตัวถัง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มโดยไม่แจ้งก่อน และหลักฐานการรับเงินระบุรายละเอียดไม่ครบตามกฎหมายกำหนด
ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือจนยุติไปเกือบ 1,200 เรื่อง ส่วนที่เหลืออยู่ในกระบวนการทั้งหมด จึงให้ สคบ. นำผลการตรวจนำร่องขยายผลไปพื้นที่อื่นพร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทั่วประเทศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า รถยนต์คือทรัพย์สินที่ประชาชนใช้ทุกวัน ความปลอดภัยการเดินทางขึ้นอยู่กับงานซ่อมที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคจึงต้องได้รับข้อมูลครบทั้ง 3 ช่วง ก่อนซ่อมต้องได้รับการประเมินแจ้งราคาค่าอะไหล่ ค่าแรงก่อนลงมือ ระหว่างซ่อมต้องรู้ระยะเวลา รู้ว่าใช้อะไหล่แท้หรืออะไหล่ทดแทน หลังซ่อมต้องมีการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่ระบุระยะเวลาหรือระยะทางชัดเจน
เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการครบ 9 รายการทันที เอกสารนี้คือเกราะของผู้บริโภค หากเกิดปัญหาภายหลังจะใช้เรียกร้องสิทธิได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ปัญหาจำนวนมากเกิดตั้งแต่ก่อนตกลงรับบริการ สคบ. เร่งศึกษายกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงสัญญาก่อนรับบริการซ่อมรถด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครู้รายการซ่อม ราคา เงื่อนไขตั้งแต่ก่อนเริ่มซ่อม ไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะตอนใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว
ฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถทุกราย การออกหลักฐานรับเงินไม่ใช่เรื่องขอความร่วมมือ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด