‘ผบ.ทร.’ ขอให้มั่นใจ กำลังทางเรือเหนือกว่ากัมพูชา ทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพล รอประเมินเรือดำน้ำลำแรก ก่อนเดินหน้า ย้ำ ยุทธศาสตร์ ทร. มีเรือฟริเกต 8 ลำ ปี 2580
วันที่ 17 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ตอบข้อซักถาม กมธ. เรื่องการเตรียมพร้อมกองทัพเรือภายหลังกัมพูชาได้รับมอบเรือคอร์เวตจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และยังมีเรือเก่าอยู่ 4-6 ลำ
โดยการเตรียมการของกองทัพเรือมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฝึกทบทวน การเตรียมการส่งกำลังทางเรือ ซึ่งในระยะนี้เรายังสามารถดูแลความปลอดภัยในทะเลของเราได้เบ็ดเสร็จ ทั้งนี้ การใช้กำลังทางเรือไม่ใช่ว่าขับเรือได้แล้วจะสามารถทำการรบได้เลย ต้องมีการฝึกในเรื่องของการใช้อาวุธ การตรวจการณ์
ทั้งนี้ เราเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือกัมพูชาอยู่ ขอให้มั่นใจว่ากำลังทางเรือของกองทัพเรือเหนือกว่าชัดเจน ทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพล มีความเชี่ยวชาญและมีหลักนิยมที่ชัดเจน สามารถดูแลรักษาอธิปไตยของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 นั้น ที่เราใช้เครื่องยนต์ของจีนแทนเครื่องยนต์ MTU ของเยอรมนี แม้ว่าเราจะมีความมั่นใจว่าเครื่องยนต์นี้เป็นเครื่องยนต์สำหรับขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อเก็บประจุไฟ และใช้ในการทำงานของเครื่องยนต์ขณะเรืออยู่บริเวณผิวน้ำ
นอกจากนี้ ยังส่งผู้เชี่ยวชาญไปทำการทดสอบ รวมทั้งส่งกำลังพลไปศึกษาการใช้งาน โดยกองทัพเรือปากีสถานต่อเรือประเภทเดียวกันจำนวน 10 ลำ ใช้เครื่องยนต์จีนเช่นเดียวกัน และได้รับคำยืนยันจากกองทัพเรือปากีสถานว่าเกิดความมั่นใจว่าเครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพ ส่วนการชดเชย การขยายเวลารับประกัน อะไหล่ การสนับสนุนอาวุธ การประเมินคุณค่า และการตกลงเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์
และเมื่อได้รับเรือดำน้ำลำแรกในปลายปี 2571 จะประเมินว่ามีคุณภาพแค่ไหนอย่างไร หากมีคุณภาพ จะสามารถดำเนินการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โครงการลำที่ 2 และ 3 จะตามมา
ส่วนสิ่งที่ค้างอยู่คือแผนงานที่เราตั้งใจจะหาในอดีต ส่วนการใช้จ่ายเงินยังไม่เกิดขึ้น เป็นวงเงินที่ค้างอยู่เท่านั้น และได้ทำความเข้าใจกับสำนักงบประมาณแล้วว่าจะขออนุญาตให้ดึงออก เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาเรื่องกรอบวงเงิน
ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือนั้น กำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจนอยู่ในทีโออาร์ และในหนังสือเชิญชวน เรามีความประสงค์อยากได้อะไร ในทีโออาร์ระบุว่าอะไรที่เราต้องการ และเขาต้องมอบให้เรา
เช่น แบบเรือ เมื่อต่อเรือเสร็จแล้ว เงื่อนไขมีอยู่อย่างหนึ่งคือต้องมอบแบบเรือให้เรา เพื่อในครั้งต่อไปจะใช้แบบเรือเดิมในการต่อเรือลำใหม่ และจะทำให้ประหยัดงบประมาณประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อลำ
ส่วนนโยบาย Offset การชดเชย ซึ่งกำหนดให้ผู้ขายต้องนำเงินหรือผลประโยชน์บางส่วนกลับมาลงทุน ถ่ายทอดเทคโนโลยี หรืออุดหนุนอุตสาหกรรมในประเทศผู้ซื้อ หากไม่ปฏิบัติตามนั้น ต้องถูกบรรจุไว้ในสัญญา เราจะร่างขึ้นแยกออกจากสัญญาการต่อเรือ
จากนี้ในสัญญาการส่งมอบงานงวด ก็จะผูกติดกับสัญญา Offset ต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะต้องจ่ายงานงวดนั้น อย่างไรก็ตาม ตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ต้องการเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 8 ลำ ในปี 2580