เด็กปัตตานีแห่กรี๊ด! เท้ง เปิดเวทีคุยนักศึกษา มอ.ปัตตานี ชี้งบ 6 แสนล้าน ดับไฟใต้ได้ยาก เหตุตรวจสอบงบไม่ได้ ‘โรม’ แนะยุบ กอ.รมน. ชี้สันติภาพต้องใช้การเมืองนำการทหาร
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 17 ก.ค.2569 ที่อาคารเรียนรวม ห้อง 58101 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ.ปัตตานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. และนายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน
บรรยายวิชาหลักรัฐศาสตร์ให้นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ในหัวข้อ “รัฐโปร่งใสและรัฐก้าวหน้ากับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้” โดยเปิดให้นักศึกษาถามคำถาม
ช่วงหนึ่งตัวแทนนักศึกษา ถามถึงกระบวนการเจรจาสันติภาพ นายรอมฎอน กล่าวว่า ตนมองว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยตรงที่ใส่ใจสันติภาพมากขึ้น ข่าวดีที่เราเห็นคือตอนนี้กระบวนการพูดคุยเริ่มขึ้นมาบนรางอีกครั้ง มีการพูดคุยกันวงเล็ก โดยคณะทำงานเชิงเทคนิค ถือมีความคืบหน้าอยู่บ้าง และอาจมีผลสัมฤทธิ์ของการพูดคุยเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
นักศึกษาถามว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาเรื่องความมั่นคง พรรคประชาชนมีนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กรณีล่าสุดที่มีการลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ตนมีทฤษฎีว่าหากไม่มีวัตถุพยาน ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่สามารถชี้เป้าได้ คดีนี้อาจจะโดนโบ้ยว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบเป็นผู้กระทำ สิ่งนี้เกิดขึ้นจากปัจจุบันยังขาดความมั่นคงอยู่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า มูลเหตุของการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ยังถูกตั้งคำถามอยู่และไม่ได้คำตอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจและงบประมาณด้วย ตั้งแต่เกิดเหตุตากใบในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน งบประมาณของประเทศลงมาที่ภาคใต้ 6 แสนกว่าล้านบาท
หน่วยงานความมั่นคงที่ได้รับงบเกินครึ่งคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แต่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่างบที่นำมาลงภาคใต้นั้น แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ฉะนั้น ตนมองว่าวิธีการแก้ปัญหาอย่างแรกคือ ต้องทำทุกอย่างให้มีความโปร่งใสก่อน
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวเสริมว่า ก่อนที่เราจะบอกว่าเราจะแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้อย่างไร เราต้องกลับมาถามก่อนว่าโจทย์ของปัญหาชายแดนใต้คืออะไร หากเรานำเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด สิ่งที่เราได้ตามมา อาจจะได้ปัญหาใหม่และทำให้ปัญหาเดิมลุกลามบานปลาย วันนี้เราต้องใช้เวลาเจรจา แต่หากกระบวนการที่เราทำมาหลายปีที่ผ่านมา มันเวิร์ก ปัญหาเหล่านี้มันจบไปแล้ว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หาก กอ.รมน.มีงบประมาณและมีข้อมูลมาก คำถามคือหากมันจบ มันจบไปนานแล้ว ฉะนั้น คิดว่าเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้ มันมีหลายโจทย์ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการคลี่คลาย ความไว้วางใจต่อรัฐ และความความรู้สึกในการถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนแต่ไม่มากก็น้อยที่หลายคนจะรู้สึกเช่นนี้ หากปัญหาพวกนี้ไม่ได้รับการคลี่คลาย สิ่งที่เราจะพบคือเราจะได้ผู้ป่วยเพิ่ม

ฉะนั้น โจทย์พวกนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำ ซึ่งถือโจทย์ที่ยากที่สุดของประเทศ หากประชาชนไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรมและไม่เชื่อมั่นในรัฐ ทุกปัญหาจะแก้ไขได้ยากมาก ตนคิดว่าวันนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการเจรจาสันติภาพ
“การใช้กำลังบังคับ ไม่ช่วยแก้ปัญหาเพราะจะนำไปสู่การต่อต้าน หากคลี่คลายประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ แล้วไม่ทำให้เกิดความรู้สึกที่จะหาหนทางจบเรื่องนี้ เพื่อนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริงได้ ด้วยการเจรจา ผมคิดว่าการดับไฟใต้ เราอาจต้องใช้เงินอีกหลายแสนล้านบาทหรือหลายล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหานี้ ฉะนั้น ต้องอาศัยเจตจำนงของผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้” นายรังสิมันต์ กล่าว
นักศึกษาถามถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เสนอให้ยุบ กอ.รมน. นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงสร้างของ กอ.รมน.ไปต่อไม่ได้แล้ว และจำเป็นต้องยุบหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างขนานใหญ่ เนื่องจากติดหล่มปัญหาการทำงานที่ซ้ำซ้อน และการใช้แนวคิดทางการทหารที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่าบทบาทของ กอ.รมน. ยังทับซ้อนกับหน่วยงานพลเรือนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดหรือที่ดินทำกิน ซึ่งบ่อยครั้งพบข้อจำกัดในเรื่องความโปร่งใสและการประสานงานเช่น กรณีปัญหาที่ดินทับลาน ที่ไม่สามารถให้คำตอบหรือความร่วมมือกับกลไกตรวจสอบได้ จึงถูกมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี กอ.รมน. ในพื้นที่ทั่วไปอีกต่อไป
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ยอมรับว่าไม่สามารถสั่งยุบลงฉับพลันได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน แต่จำเป็นต้องมีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน โดยเสนอให้โอนย้ายบทบาทและภารกิจไปเพิ่มศักยภาพให้หน่วยงานพลเรือน เช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รวมถึงการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การใช้แนวคิดความมั่นคงทางการทหารอย่างเดียว ถูกพิสูจน์มาหลายปีแล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้สถานการณ์ยังคงรุนแรง หากเรายังยึดติดกับโครงสร้างเดิมๆ แต่หวังให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ย่อมเป็นไปไม่ได้
ย้ำว่า หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ คือการเปลี่ยนกรอบความคิด จากการใช้ทหารนำการเมือง มาเป็นการใช้ แนวคิดแบบพลเรือนอย่างแท้จริง เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการสร้างสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการบรรยายในวิชาหลักรัฐศาสตร์ ได้มีนักศึกษามารอถ่ายรูปและส่งนายณัฐพงษ์ ขึ้นรถ เพื่อปฏิบัติภารกิจในจุดต่อไป โดยทันทีที่นายณัฐพงษ์ ปรากฏตัว นักศึกษาได้กรี๊ดดีใจ ขอจับมือและถ่ายรูปเซลฟี่ พร้อมทำมือเป็นรูปหัวใจ ก่อนบอกว่า “น่ารักมาก น่ารักมาก”
ผู้สื่อข่าวถามนายณัฐพงษ์ว่าเขินหรือไม่ สาวๆ กรี๊ด โดยนายณัฐพงษ์ ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่า “เขินมากครับ“