รัฐบาล เปิดทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้ถึง 31ก.ค.นี้ ผ่าน 4 ช่องทาง ย้ำแก้ไขข้อมูลได้ถึง 16 ส.ค. แนะ คนไม่ผ่านเกณฑ์ เหตุ กรรมสิทธิ์รถเกินกว่ากำหนด ยื่นอุทธรณ์-เช็กข้อมูล ขนส่งทั่วไทย

18 ก.ค. 69 – น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดให้ผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ ยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17–31 ก.ค.นี้

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูล แก้ไขข้อคลาดเคลื่อน และรักษาสิทธิของตนเอง โดยสามารถยื่นทบทวน ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่หน่วยรับลงทะเบียนของ ธนาคารทั้ง 5 แห่ง , เว็บไซต์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ , แอปพลิเคชันเป๋าตัง และ แอปพลิเคชันทางรัฐ

ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว หากได้รับแจ้งให้แก้ไขข้อมูล หรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม จะต้องดำเนินการด้วยตนเองที่หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 16 ส.ค. นี้ มิฉะนั้น อาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิ

ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับ ประชาชน ที่ถูกตัดสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากสาเหตุที่เคยมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือ ทำการขายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง หรือเพิ่งทราบว่า ตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถ

อันเนื่องมาจากญาติ พี่น้อง หรือลูกหลาน นำชื่อไปใช้ในการซื้อรถ กระทรวงคมนาคม พร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลการครอบครองกรรมสิทธิ์รถ โดยให้กรมการขนส่งทางบกเร่งช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ประชาชน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการมีกรรมสิทธิ์ในรถฟรี ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เนื่องจากเป็นบริการที่ต่อเนื่องจากโครงการของรัฐ

ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเดินทาง ไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM)

หากพบว่าข้อมูลรถไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบ ทั้งนี้รัฐบาล พร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนรถให้ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

เพื่อให้ประชาชนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง และจะรวบรวมปัญหาของประชาชน เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน