มท. สั่งเดินหน้า ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วไทย เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จใน 30 วัน พบข้อบกพร่องเร่งแก้ไข หากไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดโดยเด็ดขาด พบผู้ฝ่าฝืน ดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีละเว้น ชวน ปชช.แจ้งเบาะแสสายด่วน ศูนย์ดำรงธรรม 1567

18 ก.ค. 69 – นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา

มอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ กรุงเทพฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การสูญเสีย ในลักษณะเหตุการณ์เพลิงไหม้ สถานบริการย่านถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยัง กรม จังหวัด และประสานกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองพัทยา ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ

ได้แก่ 1. ให้ กรมการปกครอง จัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมายและจัดทำฐานข้อมูลผลการตรวจสอบ โดยกำชับ ที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก

พร้อมทั้งกวดขันบังคับใช้กฎหมาย ว่าด้วยสถานบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น

2. ให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยสนับสนุนการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ความจุอาคาร องค์ประกอบด้านวิศวกรรม

และจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สนับสนุนจังหวัดตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด

3. ให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมในการป้องกันอัคคีภัย โดยสนับสนุนการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย และเร่งรัดฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

4. ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สั่งการสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก

โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย

และ 5. ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด กรุงเทพฯ และเมืองพัทยา ยกระดับความปลอดภัยในระดับพื้นที่ มุ่งเน้นระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทำหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ความจุอาคาร ความพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย โดยบูรณาการจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบสถานบริการและอาคารสาธารณะ ทุกแห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสด อาคารสาธารณะ สถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมจัดทำบัญชีสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจและที่อยู่ระหว่างการแก้ไขรายงานกระทรวงมหาดไทยตามห้วงเวลาที่กำหนด

และกำชับนายอำเภอ ผู้อำนวยการเขตและผู้รับผิดชอบของ อปท. ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด และห้ามเปิดดำเนินการจนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ให้รณรงค์สร้างความตระหนักผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และห้ามกระทำการใดที่เป็นการปิดกั้นทางหนีไฟหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นในการบูรณาการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นสถานประกอบการ สถานบริการ หรือร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะ ที่มีลักษณะเชื่อได้ว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีอันตราย สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือผู้นำท้องที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน