สีหศักดิ์ เผยผลหารือ ‘สี จิ้นผิง’ บรรลุข้อตกลงตั้งกลไกความมั่นคงไทย-จีน แบบ “2+2” ระดับ รมต.ต่างประเทศ – กลาโหม ชูปราบสแกมเมอร์ ธุรกิจสีเทา ย้ำอยากให้จีนนึกถึงความรู้สึกคนไทยด้วย
วันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
โดยเผยว่า จากการเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการจัดตั้งกรอบการหารือด้านความมั่นคงแบบ “2+2” ซึ่งจะเป็นเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคงให้มีความใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรก
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ และหยิบยกขึ้นหารือเป็นลำดับแรก คือการเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนในหลายประเทศ
โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงิน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยเพียงความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนเท่านั้น แต่จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและกัมพูชา เพื่อร่วมกันตัดวงจรและทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้หมดไปอย่างเป็นรูปธรรม
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ได้หยิบยกปัญหากลุ่มธุรกิจสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยขึ้นมาหารือเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
“แม้ว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้จะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนโดยรวมของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและจิตใจของประชาชนชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายไทยจึงได้ขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว”
“การลงทุนที่ว่านี้ในกลุ่มธุรกิจสีเทา อาจจะเป็นส่วนน้อย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พวกนี้ ย่อมจะมีการสร้างความรู้สึกในหมู่คนไทย เราก็อยากจะให้จีนคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยด้วย” นายสีหศักดิ์ กล่าว