สุชาติ เผย ครม. ปลดล็อกนกปรอดหัวโขน สั่ง กรมอุทยานฯ คุ้มครองนกในป่าธรรมชาติเต็มที่ และวางมาตรการคุมเข้มการเลี้ยง ย้ำหากมีการล่านกในธรรมชาติ พร้อมดึงกลับบัญชีคุ้มครองทันที
วันที่ 21 ก.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามร่างกฎกระทรวงเพื่อถอด “นกปรอดหัวโขน” (นกกรงหัวจุก) ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในร่างกฎกระทรวง ขั้นตอนจากนี้จะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
จากนั้นทางกรมอุทยานฯ จะยืนยันร่างไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อแจ้งกระทรวง ทส. ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนาม ก่อนส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่นอกป่า ได้สั่งการให้กรมอุทยานฯวางมาตรการโดยให้ร่วมมือกับสมาคมและผู้เกี่ยวข้องในการสำรวจขึ้นทะเบียน ควบคุมการเคลื่อนย้าย และผลักดันให้นกอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองการทารุณกรรมสัตว์ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และเฝ้าระวัง
นอกจากนี้ ยังกำหนดแนวทางป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศ จากการปล่อยนกสู่ธรรมชาติ โดยกำหนดให้กลุ่มผู้เลี้ยงสร้างมาตรฐานกรงที่ปลอดภัย มีศูนย์รับแจ้งนกหลุด มีระบบทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์แบบสมัครใจ
จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลฟาร์ม และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนกที่ได้มาตรฐานเพื่อแยกแยะนกเลี้ยงออกจากนกธรรมชาติ และจะรณรงค์ ให้ความรู้ทางวิชาการ และสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการนกปรอดหัวโขนอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของนกในธรรมชาติว่า แม้จะมีการปลดล็อกสถานะทางกฎหมาย แต่นกปรอดหัวโขนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ ยังคงได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายเฉพาะของพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด
สำหรับการล่าหรือจับนกในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นเดิม โดยกรมอุทยานฯ ได้กำหนดมาตรการจัดการไว้อย่างรอบด้านได้แก่ ป้องกัน ลาดตระเวน และเฝ้าระวังสร้างจิตสำนึก สกัดกั้นการเคลื่อนย้ายนกผิดกฎหมายผ่านการตั้งด่านตรวจ
ปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่าย พัฒนาระบบข่าวกรองและการตรวจสอบ ยกระดับประสิทธิภาพบุคลากรและฐานข้อมูล สร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง และกำหนดให้นกปรอดหัวโขนอยู่ในบัญชีห้ามล่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกเขต
“จากการสำรวจพบว่าประชากรในธรรมชาติมีความหนาแน่นเพียงพอและไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ กรมอุทยานฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ทำหน้าที่ติดตามและประเมินประชากรนกอย่างใกล้ชิด
ซึ่งเรามีกลไกตรวจสอบที่เข้มงวด หากตรวจพบความผิดปกติ มีการลักลอบจับนกจากธรรมชาติไปจำหน่ายจนส่งผลกระทบต่อประชากรนกในป่า เราพร้อมเสนอคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อนำนกปรอดหัวโขนกลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองทันที” นายอรรถพล กล่าว