อนุทิน ประกาศเดินหน้าจัดเต็มสุดซอย ปราบอาชญากรรมทุกรูปแบบ ให้สัญญาลูกผู้ชาย รัฐบาลหนุนเจ้าหน้าที่เต็มที่ ยันหากปฏิบัติหน้าที่สุจริต ไม่มีใครแตะตำแหน่งได้ มีแต่จะสูงขึ้น ลั่น“ใครมีปืนคือโจร” เปรียบทำผิดในพื้นที่ใครเหมือนเอาเท้าลูบหัว ผู้ว่าฯ-ผกก. แจงโกงสอบท้องถิ่นซัดคนพวกนี้ตราบาปติดเถ้ากระดูกจนลอยอังคาร
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค.2569 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวในงานมอบนโยบายด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคง ตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยมีข้าราชการผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ใกล้เคียง ประมาณ 1,200 คน เข้าร่วม
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมาย จับกุมสแกมเมอร์ ทำลายบ่อนการพนัน เข้าตรวจค้นสถานบันเทิง สถานบริการที่ผิดกฎหมาย จับกุมการค้าการลำเลียงยาเสพติด เราจะเรียกตัวเราเองว่าเป็นข้าราชการ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นผู้คุ้มครองประเทศ เป็นผู้รักษากฎหมาย และเป็นนักปกครองไม่ได้เลย ถ้าเราปล่อยให้คนที่กระทำผิดกฎหมายลอยนวล หรือทำสิ่งที่ไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย
ถ้าพูดกันตรงๆคือ มาทำสิ่งที่ชั่วร้ายบนหัวของพวกเราซึ่งเราไม่ยอมเด็ดขาด ประเพณีเรา ใครมาจับหัวก็ไม่ยอมอยู่แล้ว แต่มาทำความชั่วร้ายบนพื้นที่ที่เราต้องรับผิดชอบดูแล นี่ไม่ใช่การเอามือลูบหัว แต่ต้องถือว่าเขาเอาเท้าลูบหัวเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมได้ นึกสภาพว่าถ้าเอาเท้าลูบศีรษะ เราจะตอบสนองเขาอย่างไร ขอให้ท่านดำเนินการเพื่อที่เขาจะได้เกรงกลัว และไม่ทำสิ่งเหล่านั้น

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเต็มที่ในการสนับสนุน อยากเห็นท่านทำหน้าที่ปกครองเพื่อประชาชน และ “สุดซอย” กับคนที่ทำลายประเทศชาติ ไม่เคารพกฎหมาย รัฐบาลขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตนไม่ใช่คนที่มีอำนาจสูงสุด มีบารมีมากที่สุด หรือมีอิทธิพลสูงสุดในประเทศนี้ เพราะมีคนเช่นนั้นอีกมาก แต่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล
จึงขอยืนยันว่า การขับเคลื่อนเพื่อปราบปรามและป้องกันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบของท่าน จะไม่มีสิ่งใดทำให้หน้าที่การงาน ตำแหน่ง หรือสถานะของท่านได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน หากจะได้รับผลกระทบก็จะเป็นในทางที่ดี คือได้เลื่อนสูงขึ้น จากการปฏิบัติหน้าที่ที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อประชาชน ถือว่าวันนี้เรามาเพื่อให้สัญญาลูกผู้ชายต่อกัน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้คำที่ตนมอบหมายให้ทุกคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คือ “จัดเต็ม” และ“สุดซอย” กับผู้กระทำผิด ขอให้ผู้ว่าฯใช้ภาคีเครือข่ายในพื้นที่เฝ้าระวัง แจ้งเตือนและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน โดยเฉพาะด้านยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกลุ่มผู้มีอิทธิพล เพื่อป้องกันและสกัดกั้นปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยยึดเป้าหมายสำคัญตามสโลแกน
นอกจากนี้ มิติด้านการปราบปราม ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เด็ดขาด หากใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพลใดๆ เมื่อเขาไม่เคารพกฎหมาย ท้าทายกฎหมาย ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ เราพร้อมให้ความเสมอภาคทางกฎหมาย แต่ต้องสืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีกับทั้งผู้บงการ ผู้สนับสนุน และเครือข่ายรายใหญ่ เพื่อทำลายโครงสร้างอาชญากรรมเหล่านี้
นายอนุทิน ระบุต่อว่า เรามีมาตรการป้องกันยาเสพติดที่เป็นวาระแห่งชาติ ย้ำว่ายาเสพติดต้องหมดไป ต้องตัดวงจรการค้า การลำเลียง การแพร่ระบาด และการเสพยาเสพติด จึงขอให้ทุกจังหวัดทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาด

นายกฯ กล่าวว่า มีคนกระซิบกับตนว่า หากนายอำเภอเอาจริงเอาจัง ยาเสพติดจะไม่มีทางแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ซึ่งตนก็เชื่อเช่นนั้น หากนายอำเภอทำงานอย่างเต็มที่ ประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ชุมชนเหล่านั้นก็จะเป็นชุมชนและตำบลสีขาว
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ KPI ไม่ว่าจะกำหนดไว้หรือไม่ก็ตาม เมื่อสวมเครื่องแบบและรับหน้าที่เป็นผู้ว่าฯแล้ว ต้องร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน โดยตนจะขยายผลให้ครอบคลุมกว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ ทำงานร่วมกับผู้กำกับการกว่า 2,000 คน แบ่งเป็นภาค ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานเต็มที่ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดเกิดผลเป็นรูปธรรม
ายอนุทิน กล่าวว่า อีกเรื่องสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถพกปืนได้เฉพาะเวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่ประชาชนทั่วไปพกไม่ได้ ไม่ว่าอดีตข้าราชการ นักธุรกิจ หรือใครก็ตาม แม้แต่ตัวท่านเอง หากไม่ได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก็พกอาวุธปืนไม่ได้
กรมการปกครอง ได้ประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน และไม่ต่อใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 1 ปี ฉะนั้น นับตั้งแต่มีนโยบายห้ามพกปืน ตั้งแต่สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรฯ จนวันนี้ผ่านมาเกิน 2 ปีแล้ว แสดงว่าใบอนุญาตเหล่านั้นหมดอายุเกือบทั้งหมด หรือกว่า 99% ดังนั้น ใครที่ยังพกปืนออกไปข้างนอก ถือว่าผิดกฎหมาย
นายอนุทิน ระบุว่า ทุกวันนี้เห็นผู้มีชื่อเสียงออกรายการโดยพกปืนติดตัว เมื่อเห็นต้องจับทันที จะเหน็บเอวก็ไม่ได้ วางไว้บนรถก็ไม่ได้ ต้องเก็บปืนและถอดแม็กกาซีนแยกจากตัวปืนตามกฎหมาย และย้ำว่าใบอนุญาตเหล่านั้นหมดอายุแล้ว ดังนั้น หากทุกคนยึดหลักนี้ ใครพกปืนคือผิดและผิดหนักด้วย คนที่พกปืนโดยไม่มีสิทธิ์ก็คือโจร ต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องธุรกิจนอมินี ซึ่งอาจพบในบางจังหวัดภาคใต้ เช่น เกาะพะงัน และภูเก็ต แม้จะมีชื่อผู้ถือครองเป็นคนไทย แต่แท้จริงถูกต่างชาติครอบงำ มีการจัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้ดูเหมือนคนไทยเป็นเจ้าของ ทั้งที่ถูกกำกับโดยต่างชาติ ซึ่งกฎหมายถือว่าผิด
นายอนุทิน ยังระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้คำว่า “พ่อทิพย์” เป็นวิธีหลีกเลี่ยงกฎหมาย แทนที่จะรับโทษก็หาช่องทางเอาเปรียบประเทศไทย อาศัยคนไทยที่มีความรู้ด้านกฎหมายช่วยพลิกแพลง คนเหล่านี้ต้องถูกปราบปราม
พร้อมระบุว่า กรณีพ่อทิพย์ ถือว่าหนัก เพราะเด็กแรกเกิดสามารถถือหุ้นในนิติบุคคลได้ หากพ่อแม่โอนหุ้นหรือทรัพย์สินให้ แม้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็มีผู้แทนโดยชอบธรรมดำเนินการแทน ทำให้ในทางกฎหมาย กลายเป็นคนไทยถือหุ้น 100% แต่แท้จริงถูกกำกับโดยพ่อทิพย์
ตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ เพราะแม้ผู้กระทำผิดจะหาวิธีย้ายรูปแบบการกระทำผิด ก็ยังตามจับได้ พร้อมระบุว่า “เก่งพอๆ กับคนที่บ้านของเรา เก่งทุกเรื่อง จับได้หมด”

นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเครื่องขุดบิตคอยน์ การลักลอบใช้ไฟหลวง สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คนเหล่านี้ไม่มีสีขาว มีแต่สีเทากับสีดำ ดังนั้น หากพบ ดำเนินคดีได้ทันที สิ่งเหล่านี้ต้องหมดไปจากประเทศ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เรื่องท้องถิ่น ตนยินดีใช้นโยบายกระจายอำนาจ ให้พวกท่านได้ปกครองบริหารพื้นที่อย่างเต็มที่ ขออย่างเดียวว่าบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องคิดถึงวันหน้า อย่าคิดถึงแค่วันนี้ การสอบหรือจะดำเนินการอะไร ถ้าเรารับข้าราชการคนใหม่เข้ามา ด้วยการแก้ข้อสอบ ด้วยการทุจริต ประเทศไทยลูกหลานเราจะอยู่อย่างไร
เราต้องการประเทศที่เข้มแข็ง เราต้องการคนเก่งมีความสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ต้องการคนที่เอาเปรียบคนอื่นให้เข้ามาแล้วมาบริหารราชการแผ่นดิน ตนให้คำยืนยันได้เลยว่าในอำนาจที่ตนมีอยู่ จะไม่มีใครมาทำให้ตนเปลี่ยนใจ หรือยอมยื่นมือให้กับการกระทำอันเลวร้ายเช่นนี้ในขณะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้
“ไม่มีการมาบอกพี่หนูอย่างโน้นอย่างนี้ แบบนั้นก็ต้องเข้าสู่บริการฝากหัวใจ ไม่ว่าจะสนิทขนาดไหนก็ไม่ได้ พวกท่านก็เช่นกัน ให้ท่านบอกเขาว่าพี่อย่าพูดดีกว่า ถ้าจะคบกัน เราต้องมีคำพูดให้เขาเห็นว่าเรามีเส้นกั้นอยู่ อย่างผมถ้าใครหวังว่าจะโทรหาแล้วจะไม่คบกันก็ไม่เป็นไร เพราะแก่แล้วอยู่ได้ โดยเฉพาะเวลาที่เรามีหน้าที่ เราจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น”
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้มันติดตัวเราเป็นขี้เถ้า เอาไปลอยอังคาร เอาไปลงทะเลก็ไม่ทำให้จางหายจากบาปที่เกิดจากการกระทำที่ผิดพลาดของเราได้ ตนไม่ได้บอกว่าต้องเป็นศูนย์ แต่ขอให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แค่นี้ประเทศไทยก็จะไปได้
เรื่องต่างประเทศไม่ต้องห่วง เรามีมืออาชีพที่จะทำให้ประเทศไทยกลับเข้ามาในวงจรเรดาห์ได้ วันนี้มีแต่คนอยากร่วมมือกับประเทศไทย เราไม่เหมือนแต่ก่อน ถ้าเราจะไปถึงจุดนั้นเราต้องมีดีที่จะไปคุยกับเขาด้วย
นายกฯ ยืนยันด้วยว่า ไม่มีภัยใดๆจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเราสู้ได้ ประเทศไทยมีความเข้มแข็งเพียงพอ มั่นใจว่าคนสติดีๆ จะไม่ รุกรานประเทศประเทศไทย เพราะว่าพวกท่านเข้มแข็ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรุกราน แต่เขาทราบดีว่าถ้ารุกรานเขาจะเจออะไร