สุชาติ ชี้ วัดพระมหาธาตุฯ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ความภูมิใจคนไทยทั้งประเทศ เผย ใช้เวลาดำเนินการ 5 รัฐบาล อัดคนวิจารณ์ ควรมีวุฒิภาวะ อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง จ่อชง 7 วัด จ.เชียงใหม่ เป็นมรดกโลกต่อ

เมื่อเวลา 09.54 น. วันที่ 27 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวกรณีคณะกรรมการมรดกโลก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ว่า ถือเป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมของประเทศไทย การจะมีมติต้องผ่านคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากทั่วโลก

เมื่อวานนี้ตนได้เข้าไปนั่งดูบรรยากาศการประชุมที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มีบางประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นครั้งแรก มีประธานาธิบดีมาชี้แจงและขอบคุณทางคณะกรรมการด้วยตนเอง

ขณะที่ประเทศไทยมีตน ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ดำเนินการมา 5 รัฐบาล ตั้งแต่ปี 2562 เริ่มสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายเศรษฐา ทวีสิน, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จนมาถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 และ 2

นายสุชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้บอกว่าสำเร็จในช่วงที่เราเป็นรัฐบาล แต่ต้องใช้ระยะเวลาชี้แจงหาเหตุผลมาประกอบ ซึ่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีอารยธรรมทางวัฒนธรรมมา 1,500 ปี มีสิ่งของที่เป็นวัตถุโบราณ 32,000 ชิ้น และเราก็มีเงื่อนไขกับยูเนสโกต้องถ่ายภาพ วัตถุโบราณ 32,000 ชิ้น เป็นการบ้านยูเนสโกด้วย

จึงอยากบอกว่าจะนำอารยธรรมของประเทศไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญ ขณะที่ก่อนหน้านี้ทางผู้อำนวยการยูเนสโกได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ซึ่งเราก็ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จากนี้ในส่วนของประเทศไทยจะมีการนำเสนอวัด 7 วัดรอบกำแพงเมืองในจ.เชียงใหม่ ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจะคล้ายกับหลวงพระบาง ของสปป.ลาว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอทางยูเนสโกลงพื้นที่ตรวจสอบ

การที่จะขึ้นทะเบียนมรดกได้ต้องเกิดจากความร่วมมือของชุมชนและผู้นำท้องถิ่นร่วมมือกัน ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว เช่น วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากชุมชนและผู้นำท้องถิ่นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน มีคนเห็นด้วยเป็นข่าวดีกันทั้งประเทศ

“แต่ในข่าวอาจจะมีบางท่านไม่ยินดีด้วยกับการได้มาซึ่งมรดกโลก ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนทั้งประเทศมาเป็นเรื่องทางการเมือง ตนไม่ได้บอกว่าทำในยุคนี้และจบในยุคนี้ มันผ่านมา 5 รัฐบาลแล้ว

สมมติว่าวันนี้ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5-6 ปีท่านได้เป็นรัฐบาล ท่านจะปฏิเสธหรือครับ เราอยู่มาขนาดนี้แล้วต้องมีใจเป็นกลางและเป็นธรรม และมีหัวใจเป็นคนไทยด้วย” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า อยากจะเตือนความคิดความอ่านที่คิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มันเป็นสิ่งที่ดีเพราะถ้าได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว ประเทศต่างๆ หากเขาอยากจะเดินทางมาชมมรดกโลก เช่น ในวันวิสาขบูชาหรือวันมาฆบูชา เดิมทางวัดมีผู้ร่วมงานวันละ 30,000 คน แต่พอมีการเสนอข่าวเรื่องมรดกโลก มีคนเดินทางมาถึง 200,000 คนในช่วงเทศกาลดังกล่าว

จึงอยากขอให้สื่อช่วยนำเสนอข่าวดีแบบนี้ให้กับประชาชน สิ่งที่ทำไม่ได้มองว่ามาจากรัฐบาลชุดไหนแต่สิ่งที่ได้รับคือประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน