ครม. ไฟเขียวตั้ง 5บิ๊กศธภ. ประเสริฐ แจงมีตำแหน่ง-เงินพร้อม ไม่ได้เพิ่มอัตรา ยันบทบาทไม่ซ้ำซ้อน เดินหน้าตั้ง ซี 11 แทนเกษียณฯ ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) รวม 5 ราย เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาการศึกษาระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาพรวมดังนี้

1.นายธัชกร วงศ์เพ็ง รองศธภ. สำนักงานศึกษาธิการภาค 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ศธภ.5 2.นายสัมนาการณ์ บุญเรือง รองศธภ.13 ให้ดำรงตำแหน่ง ศธภ.7 3.นายธนภัทร แสงจันทร์ รองศธภ.2 ให้ดำรงตำแหน่งศธภ.8

4.นายนิรุตต์ บุตรแสนลี รองศธภ. 10 ให้ดำรงตำแหน่ง ศธภ.10 และนายเอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้ดำรงตำแหน่งศธภ.15

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่มีการอนุมัติเพียง 5 ตำแหน่งนั้น เนื่องจากการตรวจสอบคุณสมบัติในภายหลังพบว่า มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 1 ราย มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ โดยเฉพาะระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งระดับก่อนหน้า ไม่ถึงตามที่กำหนด ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งภายในศธ. ขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป พร้อมยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม สำหรับตำแหน่งที่ยังว่างอยู่อีก 7 ตำแหน่ง จะทยอยพิจารณาแต่งตั้งในระยะต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ตำแหน่ง ศธภ.เป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิม มีอัตราและเงินงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างตำแหน่งขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มบุคลากร โดยตำแหน่งนี้เปิดกว้างให้ข้าราชการจากทุกแท่งเข้าสู่ตำแหน่งได้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ , สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ส่วนข้อกังวลเรื่องบทบาทหน้าที่ซ้ำซ้อนกับเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น ยืนยันว่างานไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจาก ศธภ.มีหน้าที่ในการวางยุทธศาสตร์การศึกษาในภาพรวมระดับกลุ่มจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด ขณะที่เขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่หลักในการบริหาร จัดการ และกำกับดูแลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยครอบคลุมงานสำคัญ

เช่น การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับท้องถิ่น และการกำกับดูแลโรงเรียนในสังกัด และขณะที่ผู้ตรวจราชการมีหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำงานว่าตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนหลังจาก ครม. เห็นชอบแล้ว เนื่องจากเป็นข้าราชการระดับ 10 จึงต้องเข้าสู่กระบวนการนำความขึ้นโปรดเกล้าฯ ต่อไป ส่วนตำแหน่งศธภ.ที่เหลืออีก 7 ภาค รวมถึงภาคที่ยังติดขัดเรื่องคุณสมบัตินั้น ทางศธ.จะค่อยๆ ทยอยดำเนินการตามลำดับต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 11 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการ ได้แก่ ตำแหน่งปลัดศธ. และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นั้น ยังอยู่ระหว่างการเตรียมการและการคัดเลือกอย่างรอบคอบ ซึ่งจะนำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมครม. ภายในเดือนส.ค. เนื่องจาก ศธ.เป็นกระทรวงขนาดใหญ่ มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ซึ่งการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งจึงต้องใช้เวลาและต้องคิดอย่างถี่ถ้วน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน