ปกรณ์ ลั่น นพ.สรณ หลุดประธาน กสทช.เป็นตามกฎหมาย ชี้นายกฯ นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เท่านั้น ยันรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการสรรหา

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 4 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ ชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังคณะกรรมการสรรหามีมติว่าขาดคุณสมบัติว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีสามารถนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เลยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลทำได้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้

เมื่อถามย้ำว่า นพ.สรณ ยื่นเรื่องคัดค้านต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่ามติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะส่งผลให้การนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ชะงักหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตามกฎหมาย กสทช. ได้กำหนดเรื่องผลของการฟ้องคดีไว้แล้วว่า การยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ไม่มีผลให้กระบวนการต้องหยุดลง

เมื่อถามว่า ขั้นตอนการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ จะยังคงเดินหน้าต่อ แม้จะมีการยื่นฟ้องต่อศาลใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ก็ต้องทำตามกฎหมาย ยืนยันเราไม่ได้ช่วยใคร เพราะตำแหน่งประธาน กสทช. คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกและเสนอให้วุฒิสภา (สว.) ให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เพียงนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เท่านั้น ส่วนจะถูกหรือผิด รัฐบาลไม่เกี่ยว และไม่ได้ดึงเรื่อง แต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดเป็นครั้งที่ 2 สำหรับเรื่องลักษณะนี้ พร้อมย้ำว่าต้องทำให้มั่นใจที่สุด ซึ่งเมื่อหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้รับเหตุผลในทำนองดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามั่นใจแล้วใช่หรือไม่ว่าการดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปโดยถูกต้อง นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มีข้อกังวลอะไร “บางคนบอกว่าผมช่วย บางคนก็ว่าผมแกล้ง ผมก็งง ทั้งที่ทำตามกฎหมาย”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การนัดประชุม กสทช. นพ.สรณ ยังมีคุณสมบัติในการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของ กสทช. รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหาถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการคัดเลือกประธาน โดยตั้งข้อสังเกตว่า สัดส่วนของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอิงที่ตัวบุคคลหรือตำแหน่งนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นไว้แล้วว่า กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าเป็น “ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นการระบุโดยตำแหน่ง ดังนั้นจึงต้องยึดตามหลักการ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน