กมธ. บุกปปง. สอบข้อเท็จจริงโกงสอบท้องถิ่น ‘อาสพลธ์’ ชี้เส้นเงิน 200 รายชื่อ ถึงมือป.ป.ช.เรียบร้อย กล่อม ขรก.ระดับสูง โอกาสสุดท้ายซัดทอดคนบ่งการตัวจริงได้
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 4 ส.ค.2569 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. พร้อมคณะ เดินทางยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายมาตรการและแนวทางดำเนินงาน ด้านความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการปปง. นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการปปง. พร้อมคณะผู้บริหารของสำนักงาน ร่วมให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลต่อ กมธ.
ทั้งนั้ กมธ.ได้สอบถามหลายประเด็น อาทิ นอมินีต่างชาติ พนันออนไลน์ การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึงสอบถามถึงการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ ปปง. และยังฝากให้ ปปง.ช่วยรักษาข้อมูลและป้องกันการแฮกชั้นความลับของคดีต่างๆ ให้ดูแลตรวจสอบด้วย
เลขาธิการปปง. เปิดเผยถึงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานเรื่องนี้ ยืนยันว่าขับเคลื่อนอย่างเต็มที่และอีกไม่นานจะได้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ขอแจ้งตามตรงว่าการดำเนินคดีกับกระแสสังคมในขณะนี้อาจไม่เหมือนกัน
นายเทพสุ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มมูลฐานความผิด นอกจากตอบโจทย์การป้องกันการฟอกเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ยังเป็นการตัดวงจรนอมินีต่างชาติได้อีกด้วย จึงอยากให้ฝ่ายนิติบัญญัติช่วยสนับสนุนและผลักดันการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ให้สำเร็จด้วย

ด้านนายอาสพลธ์ กล่าวภายหลังการหารือกับปปง. ว่า วันนี้ กมธ.ได้เตรียมคำถามมาทั้งหมด 23 ข้อ เพื่อสอบถามกับ ปปง. ซึ่งได้ ความรู้เป็นอย่างดี และใช้ประกอบการทำหน้าที่ของ กมธ.ต่อไป โดยหลักๆ สอบถามเกี่ยวกับนอมินีต่างชาติ และการทุจริตสอบท้องถิ่น
โดยเฉพาะการทุจริตสอบท้องถิ่น ในส่วนของ 200 ราย ซึ่งเลขาธิการปปง. ยืนยันว่าได้รับการร้องขอจากป.ป.ช.จริง และทางปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเรียบร้อยแล้ว แต่รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบอกได้ เพราะอาจจะขัดกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ทาง ปปง.ได้พูดว่าเป็นรายชื่อตามที่ปรากฏ และเป็นบุคคลที่ตำรวจสอบสวนกลางฝากขังไว้
ส่วนกรณีผู้สอบจำนวน 5,925 ราย ทางปปง. ระบุว่า ตามกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการภายใน 120 วัน แต่ในภาคปฏิบัติ เลขาธิการปปง.ยืนยันว่าใช้ไม่ถึง

เมื่อถามว่าท้ายที่สุดหากการตัดสินคดีไม่เป็นไปอย่างที่กระแสสังคมเชื่อว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องจะเกิดการตั้งคำถามถึงกระบวนการสอบสวนที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตามข้อมูลล่าสุด ทราบว่า คนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด คือ ข้าราชการระดับสูง ตนคิดว่าอยู่ที่ ป.ป.ช และวันนี้ข้าราชการระดับสูง ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง ซึ่งมีช่องทางกันตัวเป็นพยาน
“วันนี้หากคิดว่านี่คือโอกาสสุดท้ายก็อยากให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องคว้าเอาไว้ หวังว่าข้าราชการระดับสูงจะสามารถซัดทอดคนที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปได้ แต่ถ้าเส้นเงินหรือธุรกรรมต่างๆ ส่งผลไปยังผู้ที่อยู่ในระดับบน ได้ ปปง. ก็ต้องแจ้งป.ป.ช. อย่างแน่นอน”นายอาสพลธ์ กล่าว