กมธ.กฎหมาย ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่นต่อ จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สิน หวั่น ยักย้ายออก ถามฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน-ลอยนวลพ้นผิด สุดท้ายอาจมีตั๋วนักการเมือง ฝากผ่านท้องถิ่นอีก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.วาระพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกคือข้อเท็จจริง วันนี้ข้อมูลที่มีการยืนยันกันมาคือรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,900 กว่ารายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดร์ฟและอยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )แล้ว

แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่นว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต มีแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเป็นขบวนการแน่นอน

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่สอง คืออะไรทำให้กระบวนการกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ตอนนี้อาจเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหา รวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ต้องรอยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ ค่อยมายึดอายัด ถ้าทำแบบนั้นประเทศได้ประโยชน์หรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น มาตรการฟอกเงิน เราอยากเห็นความเข้มข้น ของการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่สามารถยักย้ายถ่ายโอนได้ และหากสุดท้ายถูกตัดสินว่ามีความผิด จนทำให้ทรัพย์สินต้องตกเป็นของแผ่นดิน ก็จะได้รับทรัพย์สินกลับสู่แผ่นดิน ในปริมาณที่สมควรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

สำหรับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้ยังไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง.จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะเราได้กระตุ้น ปปง. หลายครั้งแล้ว และคาดหวังว่า ปปง. จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างจริงจัง เพราะตาม พ.ร.บ.ปปง. ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง ที่จะช่วยติดตามเส้นทางการเงินได้

สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าตรวจสอบดีๆ เราจะเจอร่องรอยไม่มากก็น้อย เช่น การยื่นภาษีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีแหล่งรายได้มาจากไหน ดังนั้น ปปง. มีเขตอำนาจที่กว้างขวาง ที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าสุดท้ายหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลย เพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง จะทำอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้น ผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัวและนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์ อยากให้มองว่าเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้ว หรือ ฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องนี้อย่าเป็นไปตามที่เขากล่าวหาว่าตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่าเป็นฝ่ายการเมือง วันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ

”อย่างน้อยกรรมการทีโออาร์ บางคนเคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แน่ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่อยากฝากถึงนายอนุทิน เวลาบอกว่ารับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริต อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดี สถ. รวมถึง มศว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมี 2 อย่าง คือ 1.การขยายผลถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย

2.ต้องมองถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร

“คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าแค่แจ้งความดำเนินคดี อันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ อย่าลืมว่านายกฯ ไม่ได้เป็นแค่รมว.มหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกฯที่มีบทบาทกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้น ถ้ายังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าน่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะช่วยกัน

แม้ว่าท่าน จะบอกว่าส่งเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว แต่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าองค์กรป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ ความโปร่งใสอยู่มาก ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ดำเนินการ เป็นการช่วยกันหรือไม่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า มีอีกหลายส่วนที่เรายังติดตามต่อ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยไม่มีใครถูกลงโทษได้เลยกับการทุจริตที่ใหญ่โต ถ้ายังไม่นับว่า ถ้ามีการสอบท้องถิ่นในอนาคตจะไม่มีการทุจริตแบบนี้อีก เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกา เพื่อให้เกิดความรัดกุมได้อย่างไร สุดท้ายจะมีตั๋วนักการเมือง โควตานักการเมืองที่ฝากไปยังมหาวิทยาลัย ฝากผ่านท้องถิ่นกันต่อไป

เมื่อถามว่ามีการเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องนี้มาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตอบกลับมาว่าจะมาหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้รองนายกฯ มาด้วยตัวเอง ถ้ามั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องกล้าให้ข้อมูลกับฝ่ายตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะถึงตอนนี้ปัญหาใหญ่ เรื่องการสอบท้องถิ่น สังคมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยกัน

ดังนั้น หากรัฐบาลทำทุกอย่างโดยที่การตรวจสอบไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือการแก้ปัญหาจัดการกับคนโกง ไม่ใช่การช่วยคนโกง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน