ภคมน ซัด ‘หมอสรณ’ ยื้อนั่งประธานกสทช. เหน็บให้เหตุผลแบบศรีธนญชัย อ้างกลัวผิดม. 157 ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่แรก จี้ นายกฯ เลิกแบก ยื่นโปรดเกล้าฯปลดพ้นตำแหน่งได้แล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุม กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจากนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ประธานกสทช.ว่า ตั้งแต่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณไม่มีคุณสมบัติเป็นประธานกสทช. นพ.สรณ ต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า เมื่อคณะกรรมการ สรรหามีมติว่านพ.สรณไม่มีสิทธิ์ไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯจำเป็นต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯปลดนพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯจะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯแทน

“การที่นายกฯ ยื้อเวลาออกไป เกี่ยวข้องหรือไม่ว่านายกฯ กับนพ.สรณ เคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปมา กลายเป็นสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศ เป็นภาระที่นายกฯ ต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคม ท่านไม่จำเป็นต้องแบกนพ.สรณเลย” น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการประชุมกมธ.สัปดาห์หน้า จะเชิญบอร์ดกสทช. คนอื่นๆ มาให้ความเห็น ถึงผลกระทบของการที่คนขาดคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันจะเข้าประชุม และนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดอยู่ อย่างไรก็ตาม อยากทราบเหตุผลจริงๆ จากนพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดให้ได้ เท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุนยูโซ่ ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และประธานกสทช.จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ

“เมื่อมีภารกิจแบบนี้ นพ.สรณะ ยังครึ่งๆกลางๆอยู่ ขอให้ย้อนดูอดีตของการใช้งบประมาณ ทำให้มั่นใจว่านพ.สรณ จะเบิกงบ กสทช.บินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้ วันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่ามีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติ ยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท เราจะเสีย สิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้” น.ส.ภคมนกล่าว

เมื่อถามว่าระหว่างนี้สามารถเลือกบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่ เป็นประธานชั่วคราวได้หรือไม่ น.ส.ภคมนกล่าวว่า ตนไม่มั่นใจ แต่เมื่อเป็นช่วงสุญญากาศ อย่างน้อยต้องมีข้อหารือ คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ดีที่สุด คือบอร์ดกสทช. ที่จะต้องทำหนังสือถึงนายกฯ ว่าจะให้ใครทำหน้าที่ประธานกสทช.ชั่วคราว หรือรักษาการหรือไม่ คิดว่าพ.ร.บ.กสทช.น่าจะไม่ได้ปิดล็อกเรื่องนี้ หรือทำให้ภารกิจของ กสทช.หยุดชะงักชั่วคราว ดังนั้น ทั้งบอร์ดและสำนักงานกสทช.ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เมื่อถามว่ามองเรื่องการข่มขู่บอร์ดที่ทำให้องค์ประชุมล่ม ขัดขวางการทำงานอย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ต้องตั้งคำถามกลับไปว่า คนที่มีมติไปแล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ แล้วยังยืนยันจะนั่งหัวโต๊ะ มีความผิดทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ต้องช่วยกันทำให้เรื่องต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องมานาน ให้กระจ่าง และขอเรียกร้องว่าการประชุมบอร์ดทุกครั้งต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงเปิดเผยการใช้งบในแต่ละปีของกสทช.ว่าใช้อะไรไปบ้าง

ต่อข้อถามว่ามองว่านพ.สรณ ดื้อหรือไม่ที่ไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่ากลัวผิดมาตรา 157 น.ส.ภคมน กล่าวว่า นพ.สรณ อาจเป็นแบบศรีธนญชัย จะมาอ้างว่าหากไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้วจะผิดมาตรา 157 ได้อย่างไร เพราะนพ.สรณ หมดภารกิจเรื่องนี้ไปแล้ว คุณสมบัติขาดไปแล้ว แต่นพ.สรณ เป็นศรีธนญชัยมาโดยตลอด

การที่นพ.สรณยื่นคุณสมบัติเท็จ ขอถามตรงๆว่าการให้ข้อมูลเท็จเพื่อตัวเองได้ตำแหน่ง จะมีความผิดหรือไม่ และหากนพ.สรณ เป็นคนที่มีความรับผิดรับชอบจริง ไม่ควรเอาตำแหน่งโปรดเกล้าฯ มายื้อแบบนี้ เพราะผลกระทบเกิดขึ้นมากกว่าตัวนพ.สรณ ที่ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการสรรหาไม่ใช่ชุดเดิมกับที่แต่งตั้งนพ.สรณเป็นประธานกสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า เข้าใจว่ากฤษฎีกาตอบมาแล้วว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เป็นกรรมการสรรหาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว แม้จะเป็นคนละชุด แต่อย่าลืมว่าหลักฐานต่างๆ เป็นชุดเดียวกัน ว่านพ.สรณยืนหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งนี้

“ดังนั้น อย่าปฏิเสธข้อเท็จจริงและความจริงเลย เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้ เหตุผลที่นพ.สรณ พยายามยื้อทางกฎหมายและทำแบบศรีธนญชัย ประชาชนเขามองออกว่าคืออะไร เพราะผลประโยชน์ที่นั่งทับอยู่มีมหาศาล และในอนาคตต้องพิจารณากองทุนยูโซ่ และสิทธิประโยชน์ส่วนตัวในฐานะประธานกสทช. ที่มีจำนวนมาก

ดิฉันเข้าใจว่ามนุษย์มีความโลภ การที่ตัวเองอยู่ในสิทธิประโยชน์เบิกจ่ายได้ตลอด แต่กำลังจะสูญเสียมันไป ก็เสียดาย อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ” น.ส.ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวฝากถึงน.พ.สรณว่า หากจะมีการประชุมไปเรื่อยๆ ก็ดี ยื้อให้ประชาชนเห็นไปเรื่อยๆ และหากมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ขอความกรุณา บอร์ดกสทช.ท่านอื่น ที่ไม่เห็นด้วยกับการยื้อแบบนี้ของน.พ.สรณ เข้าร่วมประชุมกับกมธ.พัฒนาการเมือง เราจะพูดคุยถึงแง่กฎหมายให้ชัดเจนว่า จริงๆแล้วการทำแบบนี้มีความผิดหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเถียงกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน