อดีตผู้สมัคร สว. แฉขบวนการจ้างลงสมัคร จี้ 3 สว.เมืองคอน แจงปมรับเงินนักการเมือง โยงเครือข่ายอดีตเลขาฯ ‘พิพัฒน์’ เหน็บ สว.สีน้ำเงิน อย่าทำตัวเป็นขี้หมา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์
โดยมีน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น
นอกจากนี้ ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ หรือทนายกฤต อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 จ.เพชรบุรี นายปัญญา ท่าพิสัย อดีตผู้สมัคร สว. จ.หนองบัวลำภู และนายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช
โดย พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวว่า การรับสมัคร สว.ในพื้นที่พบว่ามีบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม คือ เป็นสามี ภรรยา ลงสมัครในคราวเดียวกัน ซึ่งตนได้ทำทำหนังสือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าพบผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้าม 4 คู่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2567
แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าจาก กกต. ตนจึงแจ้งตำรวจและฟ้องศาลเพชรบุรี ประเด็นผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้าม แต่ศาลไม่รับคำฟ้อง เพราะมองว่าตนไม่ใช่ผู้เสียหาย เนื่องจากต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าคนที่ลงสมัครนั้น ทำให้ตนเสียหายอย่างไร
พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนได้ทำเรื่องที่ร้องทั้งหมดยื่นต่อ กกต. โดยกกต.ทำหนังสือตอบกลับมายังตนว่า กกต. เคยมีคำวินิจฉัยว่าผู้ที่สมัครมีลักษณะต้องห้ามเป็นสามี ภรรยา จะผิดเฉพาะคนสมัครทีหลังเพราะกฎหมายเขียนห้ามสมัครในคราวเดียวกัน ซึ่ง กกต.อ้างอิงว่าเป็นไปตามคำสั่งของศาลฏีกา
ทั้งนี้ ตนได้ค้นคำสั่งดังกล่าวพบว่าเป็นกรณีที่ผู้สมัครหญิง ซึ่งมีสามีเป็นเลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชบุรี ฟ้องต่อศาล กรณีกกต.ราชบุรี เพิกถอนสิทธิ์เพราะมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งศาลระบุว่า กกต.วินิจฉัยชอบแล้ว ตนจึงมีหนังสือแย้งคำวินิจฉัยของ กกต.ว่าเป็นคนละเรื่อง แต่กกต.ทำหนังสือตอบกลับว่า คำวินิจฉัยของกกต. ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง จึงถือว่าสิ้นสุด ไม่สามารถอุทธรณ์ได้
ด้าน นายปัญญา กล่าวว่า ตนอยู่ในขบวนการจัดหาคนไปลงสมัคร โดยบอกให้ตนช่วยหาคนลงสมัคร โดยจะให้เงินหัวละ 5,000 บาท แต่ต่อมาพบว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นอดีตผู้สมัครสว.กลุ่ม 8 หนองบัวลำภู ที่เป็นเส้นเงินให้
ทั้งนี้ ตนหาคนลงสมัครซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันประมาณ 20 คนไปสมัครสว. แต่ภายหลังพบคนอยู่เบื้องหลังที่อยู่สูงกว่านั้น ตนจึงไม่ได้ไปต่อ
“มีเพื่อนเล่าให้ผมฟังว่ามีการจ่ายเงินกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลหนองบัวลำภู 8 หมื่นบาท เพื่อนจ่ายให้ผู้สมัครเป็นค่าดำเนินการคนละ 2 พันบาท โดยในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พบการแบ่งสายเป็น 4 สาย
จึงอยากเรียกร้องให้นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ออกมาชี้แจงว่า ท่านได้ให้กลุ่มบุคคลทำงานให้เป็นกระบวนการหรือไม่ รวมถึงอยากให้นายวุฒิชาติ ชี้แจงในรายละเอียดเส้นเงินต่างๆ ด้วย และในบางรายการพบว่ามีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร บางรายการจ่ายเป็นเงินสดให้อดีตผู้สมัครสว.” นายปัญญา กล่าว
ขณะที่ นายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอเชิญผู้ที่ลงสมัคร สว. ทุกท่านแล้วโดนชะตากรรมเดียวกับตน ท่านไม่ต้องกลัว เราโดนกระทำ เราไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่สุจริตเที่ยงธรรม เชื่อว่ามีหลายคนที่โดนตั้งแต่ระดับอำเภอระดับจังหวัด และรอบประเทศ
ขอเชิญชวนว่าไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น เราออกมาต่อสู้เรื่องของความจริง เราเอาความจริงมาพูด หากความจริงพูดแล้วอันตราย สังคมก็อยู่บนพื้นฐานของการหลอกลวง จะอยู่กันไปทำไม จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกมาเป็นพยาน เอาหลักฐานมาการให้คนทั้งประเทศที่ไม่ได้รับรู้กระบวนการการเลือกสว.ที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นายมนตรี กล่าวต่อว่า มี สว.นครศรีธรรมราช 5 คน แบ่งเป็น สว.สีน้ำเงิน 3 คน สว.อิสระ 2 คน คือนายอภินันท์ เผือกผ่อง สว. และ พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ สว. ที่เป็นกลุ่มอิสระไม่เข้ากลุ่มฮั้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัคร สว. จากนครศรีธรรมราชทั้ง 29 คน รู้ล่วงหน้าว่าใครจะได้เป็น สว. มีการวางแผนให้บุคคลลงสมัครในกลุ่มต่างๆ แม้ว่าบางคนจะลงสมัครที่ไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญของตัวเองเช่น มีผู้สมัครที่เป็นวิศวกร ลงสมัครกลุ่มชาวสวน ชาวนา หรือกลุ่มอื่นๆ ที่พบว่ามีนายณัฐกิตติ์ หนูรอด สว. ลงสมัคร
นายมนตรี กล่าวต่อว่า ในการเตรียมฮั้วพบรายละเอียดการจ่ายเงินแบบโอนและจ่ายเงินสด ส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช มีเส้นเงินสดที่เชื่อว่าทำผ่าน น.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งช่วงที่มีการเลือกสว. ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เมื่อครั้งเป็นรมว.แรงงาน
ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ หาคนมาสมัคร ระดับจังหวัด และปรากฏตัวในห้องที่มีการรับเงิน ตนขอเรียกร้องให้นายณัฐกิตติ์ นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สว. และนายสมศักดิ์ หนูแก้ว สว. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ที่โรงแรมอัศวินได้อยู่ในห้อง 706 พร้อมกับตนและผู้สมัครสว.จากนครศรีธรรมราชหรือไม่ ซึ่งตนเปิดประเด็นไป 1 เดือน แต่ไม่มีใครชี้แจง ซึ่งหากเลือกจะเงียบ ตนจะถือว่าเป็นข้อเท็จจริง
“ผมขอให้ สว.ทั้ง 3 คนออกมาชี้แจง โดยเฉพาะ สว.ณัฐกิตติ์ ว่าท่านได้นั่งรถไปกับผม เพื่อเดินทางไปที่โรงแรมธาราแกรนด์หรือไม่ วันนั้นผมยืมรถของญาติขับพาไปยังโรงแรมเพื่อพบนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ บิดาของนายวศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เพื่อร่วมกาโพย กาตัวเลขหรือไม่
ขอวิงวอนนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. จาก จ.กระบี่ ที่จบด้านคณิตศาสตร์ ประกอบธุรกิจห้องเช่า แต่กลับไปลงสมัครกลุ่มท่องเที่ยว ท่านไม่ได้อยู่ในโพย เพราะมี 5 อันดับ แต่ท่านได้อันดับ 7 ดังนั้น สิ่งใดที่ไม่รู้อย่ามาพูดโดยไม่ทราบข้อมูล
กกต.ทั้ง 7 คนก็อย่าทำให้สายสะพายและชื่อเสียง เกียรติยศของท่านเสื่อม เพียงเพื่อตอบสนองอำนาจของคนแค่บางคน รวมถึงฝากถึงสว.สีน้ำเงินทุกคนอย่าทำตัวเป็นขี้หมา รู้ว่าตัวเองไร้ค่า แต่ไม่มีใครกล้าเหยียบ แต่ผมเป็นเด็กวัดพร้อมถอดรองเท้าเหยียบขี้หมา” นายมนตรี กล่าว