“ไชยชนก” ชี้เด็กก่อเหตุยิง ในโรงเรียน ท.ศ.น. เข้าเว็บไซต์ปกติ ไม่ใช่ Dark Web เดินสายคุยแพลตฟอร์มหามาตรการป้องกันแล้ว พร้อมประสานสมาคม-บริษัทเกม ช่วยสอดส่องพฤติกรรม หากพบบัญชีผู้ใช้สนใจอาวุธปืน ให้แจ้งหน่วยงานรัฐ
12 ส.ค. 69 – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณี เด็กนักเรียน ที่ได้มีการก่อเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า เด็กคนดังกล่าว ได้เข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหารุนแรง จนอาจนำไปสู่การก่อเหตุว่า

เรื่องนี้ ตนได้รับข้อมูลจากสื่อมวลชนว่า เว็บไซต์ ที่ดูเป็น Dark Web ที่มีเนื้อหาฆาตกรรม แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นการเข้าดูยูทูป (Youtube) ที่มีเนื้อหาเป็นสารคดีให้ความรู้
เพราะจากการตรวจสอบของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า เด็กคนดังกล่าวได้เข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง ซึ่งสิ่งที่ตรวจพบเป็นคอนเทนต์ปกติ และเป็นเว็บไซต์สารคดี ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ ที่มีความรุนแรงอย่างที่ทุกคนจินตนาการ ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราจะไปปิดกั้น หรือห้ามได้
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้มีการพูดคุยกับหลายแพลตฟอร์ม และบริษัท ที่เป็น Protection Policy ไม่ว่าจะเป็นบริษัท แอปเปิ้ล (Apple) หรือบริษัท เมต้า (Meta)
ซึ่งได้พูดคุยเกี่ยวกับยกระดับการป้องกันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้เบื้องต้นที่ได้พูดคุยกับบริษัท แอปเปิ้ลว่า จะมีการปรับเงื่อนไข และจะมีการเปลี่ยนโหมดนโยบายปกป้องเด็ก ส่วนแพลตฟอร์มอื่น ๆ อยู่ระหว่างพูดคุย
เมื่อถามว่า กระทรวงฯ เล็งเห็นปัญหานี้ก่อนที่จะเกิดเหตุใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ใช่ เพราะว่าไม่ได้มองแค่เฉพาะกรณีเหตุที่เกิดขึ้น แต่มองถึงการเข้าถึงคอนเทนต์โดยรวม, Ai, ข่าวปลอม และสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า แนวทางที่จะป้องกันได้ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หลังจากได้เดินหน้าพูดคุยกับแพลตฟอร์มต่างๆ แล้ว นายไชยชนก กล่าวว่า สุดท้ายแล้ว ก็ยังมีเรื่องของใช้บัญชีผู้ใช้ของพ่อแม่ ในการเข้าถึงอยู่ดี แต่สิ่งที่เราทำก็คือว่า จะได้มีการป้องกันในระดับแรกจากการเข้าถึงเว็บไซต์
ต่อข้อถามว่า เว็บไซต์ ที่เด็กที่ก่อเหตุเข้าถึงก่อนก่อเหตุเป็นเว็บไซต์ปกติใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นยูทูป และเป็นการเข้าไปดูเว็บไซต์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้แต่ในกรณีนี้ตนไม่สามารถวินิจฉัยได้
อย่างไรก็ตามการที่ เด็กคนดังกล่าวไปค้นหาดู ก่อนจะก่อเหตุ คิดว่า เป็นสิ่งที่เด็กคนนั้นได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำ เมื่อรู้ว่า เด็กมีบัญชีผู้ใช้เกมหนึ่ง และสร้างร้านปืนขึ้นมา จึงได้ติดต่อไปยังสมาคมเกม แต่ไม่ใช่เพื่อแบน หรือบล็อก แต่จะเป็นการหาแนวทางร่วมกัน
เพราะส่วนตัวก็คิดว่า บริษัท เกม สามารถให้ความร่วมมือในการตรวจสอบว่า มีบัญชีผู้ใช้ไหนที่สุ่มเสี่ยง หรือตรวจสอบว่า มีบัญชีผู้ใช้ไหนมีพฤติกรรมให้ความสนใจ เรื่องปืนเป็นพิเศษ ก็สามารถให้ข้อมูลมายังหน่วยงานภาครัฐได้ เพื่อที่จะป้องกันล่วงหน้า
