กมธ.กฎหมาย ถกเข้มสางขบวนการพ่อทิพย์แม่ทิพย์ ’โรม‘ หวั่นเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกระทบความมั่นคง สับ 2 รพ.เอกชนไม่ยอมชี้แจง เตือนยิ่งหนียิ่งสังคมสงสัย ถาม คิดว่าไม่มาแล้วจะหลุดรอดหรือ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ.กรณีขบวนการทุจริตแจ้งเกิดเท็จสวมสิทธิ์สัญชาติไทย (พ่อทิพย์ แม่ทิพย์) รวมถึงมาตรการการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ

ต้องยอมรับว่าการที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่มีโรงพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมทุจริต รวมถึงปัญหาความมั่นคงที่คนเข้ามาสวมสิทธิ์แล้วได้สัญชาติไทยไป หากมีจำนวนมากขึ้น จะส่งผลต่อความมั่นคงและนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศไทย จึงเป็นที่มาที่วันนี้กมธ.จะพิจารณาเรื่องนี้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราได้เชิญบุคคลหลายภาคส่วน อาทิ โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง เข้ามาให้ข้อมูล โดยจะสอบถามข้อมูลว่าในสายตาของหน่วยงานความมั่นคงเรื่องนี้ใหญ่แค่ไหน เยอะแค่ไหน สามารถจับได้หมดหรือไม่

ที่มีการแก้ไขไปมั่นใจหรือไม่ว่ามีระบบที่จะป้องกันให้เพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก แต่จะมีหลายคำถามในการพิจารณาว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เราต้องคิดมีอยู่ 2 ส่วน คือ วันนี้ความท้าทายที่เราเจออยู่เป็นปัญหาระดับองค์กรอาชญากรรมหรือไม่ หากเป็นระดับองค์กรอาชญากรรม สิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปดำเนินการเพียงพอแล้วหรือไม่

ส่วนที่สองคือ เราต้องมีการคุยกันเชิงระบบคือ ระบบที่มีการพิจารณาและมีการดำเนินการกัน ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าจะมีการออกแบบระบบป้องกันเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่ หากวันนี้เป็นกระแสข่าวแล้วหลังจากนั้นมีการเงียบ ก็จะกลับมาทำใหม่หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเป็นห่วง

ด้านนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวเสริมว่า เท่าที่ทราบมาโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 2 แห่งไม่ได้ส่งผู้มาชี้แจงโดยให้เหตุผลว่าไม่ได้แจ้งรายละเอียดไป

เมื่อถามว่าจะเชิญซ้ำรอบสองหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราต้องพิจารณาดูก่อน หากสุดท้ายน้ำหนักของข้อมูลต่างๆ ที่เราได้รับมาสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติม หรือหากจำเป็นต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม เราก็มีอำนาจเชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจงใหม่ได้

แต่การที่โรงพยาบาลไม่มาชี้แจงนั้น ตนมองว่าไม่ได้ส่งผลดีต่อโรงพยาบาล เพราะเวที กมธ.เป็นพื้นที่ที่โรงพยาบาลจะสามารถนำข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงฝั่งตัวเองมาพูดคุยในส่วนนี้ได้

การที่ท่านคิดว่าหากมาตรงนี้แล้วจะทำให้โรงพยาบาลถูกกล่าวหาหนัก แล้วการที่ไม่มาชี้แจงต่อกมธ.แล้ว จะหลุดรอดไปได้นั้น วิธีคิดเช่นนี้มันพิสูจน์มาแล้วหลายรอบว่าไม่ได้ผล จะยิ่งทำให้สังคมสงสัยในตัวโรงพยาบาลยิ่งขึ้น

“ผมคิดว่าหากโรงพยาบาลมั่นใจในความบริสุทธิ์และมีระบบป้องกันในอนาคตที่ดี พร้อมแก้ปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาจริงๆ อย่าไปกังวลที่จะมาชี้แจงต่อกมธ. และเราพร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและเต็มที่อยู่แล้ว” นายรังสิมันต์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน