รักชนก จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกเชิญ ‘ไชยชนก’ แจงกมธ.ติดตามงบฯ ปม TH-AI Passport หลังเบี้ยว 4 รอบ เหน็บอยากลบข้อครหาเป็นลูกแหง่-ไข่ในหิน ต้องมีคนคอยอนุบาลก็มาแจงด้วยตัวเอง

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ว่า วันนี้ประเด็นที่ กมธ.ให้ความสำคัญมากคือ โครงการ TH-AI Passport เนื่องจากตามกระแสข่าวที่ออกมา คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนในเร็วๆ นี้

ดังนั้น การประชุมวันนี้จะสอบถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขสัญญาระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับคู่สัญญา ซึ่งก่อนหน้านี้ กมธ.ได้ทำหนังสือขอเอกสารและข้อเสนอโครงการเพื่อตรวจสอบรายละเอียด

ประเด็นที่ต้องการติดตามเป็นพิเศษ คือ การประชาสัมพันธ์ ซึ่ง กมธ.ตั้งข้อสังเกตมาตลอดว่า อาจนำไปสู่การล็อกสเปกหรือไม่ จึงต้องการทราบว่า บริษัทแต่ละรายที่เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวได้เสนอชื่อบริษัทเจ้าของจอสื่อที่จะนำมาใช้ในโครงการหรือไม่ และเป็นจอของบริษัทใด

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า จากเอกสารที่ กมธ.ได้รับ ขณะนี้มีสัญญาของบริษัทเพียง 2 บริษัทเท่านั้น ขณะที่เอกสารของอีก 2 บริษัทที่ กมธ.ขอไป รวมถึงเอกสารข้อเสนอของโครงการ กระทรวงดีอีก็ยังไม่ส่งมาให้ครบถ้วน นอกจากนี้ บันทึกรายงานการประชุมของกองทุนดีอีที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport ก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน จึงต้องสอบถามและติดตามเอกสารเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจใน TOR คือการกำหนดว่า บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการ ในส่วนของการประชาสัมพันธ์จะต้องใช้จอออฟไลน์ที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศ ดังนั้น หากจะมีการพิจารณาและให้คะแนนมากหรือน้อย หรือพิจารณาว่าจอที่นำมาใช้ เป็นจอที่อยู่ในระดับท็อป 5 ของประเทศหรือไม่ อย่างน้อยบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ควรเสนอชื่อบริษัทเจ้าของจออย่างชัดเจนว่า จะใช้จอของบริษัทใด

น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่ กมธ.ได้รับ กลับพบว่าบริษัทแต่ละแห่งไม่ได้เสนอว่าจะใช้จอของบริษัทใด แต่กระทรวงดีอีหรือกองทุนดีอียังให้คะแนนในส่วนดังกล่าวได้ ทั้งที่ TOR กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นจอระดับท็อป 5 ประเด็นนี้แปลก และกองทุนดีอีต้องตอบว่าเกณฑ์การให้คะแนนคืออะไร

น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า อีกเอกสารสำคัญที่ กมธ.ขอไปคือเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละส่วนของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ AI ส่วนการประชาสัมพันธ์ การจัดอบรม รวมถึงการดำเนินงานคอลเซ็นเตอร์และองค์ประกอบอื่นๆ แต่จนถึงขณะนี้ กมธ. ก็ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว จึงจำเป็นต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มว่า เหตุใดจึงยังไม่ส่งเอกสารมาได้ครบถ้วน และมีหลักเกณฑ์พิจารณาให้คะแนนอย่างไร

เมื่อถามถึงการเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ.นั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า เช้าวันนี้ได้รับแจ้งว่านายไชยชนก จะไม่เข้าร่วมชี้แจง โดยแจ้งว่าติดภารกิจ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นภารกิจใด และได้มอบให้ปลัดกระทรวงดีอีเข้าร่วมประชุมแทน

“การประชุมครั้งที่ผ่านมา ดิฉันได้หารือกับ กมธ.แล้ว และได้เสนอความเห็นว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอาจไม่สบายใจกับการเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่ข้อเท็จจริงคือกมธ.ได้เชิญนายไชยชนก มาชี้แจงแล้วถึง 4 ครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มาชี้แจงด้วยตนเองแม้แต่ครั้งเดียว” น.ส.รักชนก กล่าว

หากครั้งต่อไปนายไชยชนกยังไม่มาอีก และยังมีประเด็นที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะกรณีกระทรวงยังส่งเอกสารให้ กมธ.ไม่ครบถ้วน ตนจะหารือกับ กมธ.ว่า จำเป็นต้องใช้กลไกตามพ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ เพื่อใช้อำนาจเรียกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อ กมธ.

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเชิญรัฐมนตรีมาเพื่อสร้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ กมธ.มีหน้าที่ตรวจสอบการจัดทำและการบริหารงบประมาณ รวมถึงโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐ จึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลและเอกสารที่ครบถ้วน เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็น TOR หลักเกณฑ์การให้คะแนน การจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดของสัญญาที่เกี่ยวข้อง

ต่อข้อถามว่านายไชยชนกยืนยันจะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ตาม TOR ไม่เกินวันที่ 1 ก.ย.นี้ แม้ฝ่ายค้านจะไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.รักชนก กล่าวว่า สิ่งที่ชัดเจนคือโครงการนี้มีปัญหาและไม่พร้อมตั้งแต่แรก โดยมีปัญหาเรื่อง TOR และสัญญา หากโครงการนี้ไม่มีปัญหา เสียงของพวกเราไม่ว่าจะพูดดังแค่ไหน ก็ไม่มีทางชะลอโครงการได้นานขนาดนี้

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า เดิมตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย. 2569 ควรเปิดลงทะเบียนแล้ว แต่เมื่อเราออกมาเปิดโปงข้อมูลต่างๆ โครงการจึงเลื่อนมาเรื่อยๆ จนมีการแก้ไขสัญญาจากเหมาจ่ายเป็นจ่ายตามการใช้งานจริง ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการดีตั้งแต่แรก คงไม่ต้องแก้ไขสัญญาและรอจนถึงทุกวันนี้

“การแก้ไขสัญญา เป็นไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือร่องรอยทุจริตหรือไม่ ถ้ามันเริ่ด มันถูกต้องอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะแก้สัญญาหรือปรับเปลี่ยนอย่างไร แต่ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้หมด ส่วนตัวคิดว่าความผิดสำเร็จแล้ว” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า มีความพยายามที่บริษัทคู่สัญญาฟ้องร้องนายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน และทีมนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน ซึ่งคดีลักษณะนี้เป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) จากเนื้อหาที่ทราบ นายธีระชาติได้วิจารณ์โครงการ TH-AI passport ร่วมกับ กมธ.มาตลอด ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง และชี้ประเด็นอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

แต่การถูกฟ้องมาจากการแชร์โพสต์หนึ่ง ซึ่งโพสต์ดังกล่าว เป็นผู้มีความรู้ออกมาวิจารณ์โครงการนี้ มีคนแชร์โพสต์นี้เกือบ 400 คน แต่มีนายธีระชาติ คนเดียวที่ถูกฟ้องเหมือนเป็นการพุ่งเป้า จึงขอให้กำลังใจนายธีระชาติ

เมื่อถามว่าอยากสื่อสารอะไรถึงนายไชยชนกหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า การเป็นรัฐมนตรีหน้าที่อย่างหนึ่งคือ มาสภาฯ ทำหน้าที่ ไม่ว่าจะตอบกระทู้หรือชี้แจงต่อ กมธ. ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยไป เพราะเราออกหนังสือและนัดล่วงหน้า

ก่อนหน้านี้ ตนมีโอกาสคุยกับนายไชยชนกนอกรอบ ซึ่งท่านยืนยันว่าจะไม่มาชี้แจงต่อ กมธ.นี้ ไม่ว่าจะว่างหรือไม่ว่างก็ตาม ถือเป็นปัญหา แม้ไม่อยากจะมาชี้แจง แต่ต้องให้ให้เกียรติตัวแทนใน กมธ.ที่ประชาชนเลือกมาทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เรามีประชาชนสนับสนุนถึงมายืนตรงนี้ได้ และต้องใช้อำนาจแทนประชาชนอยู่

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา นายไชยชนก ถูกข้อครหาเสมอมาว่าจะต้องมีคนคอยห้อมล้อมเป็นลูกนาย ต้องมีคนออกมาปกป้องอยู่เสมอ ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง แม้กระทรวงดีอี จะเป็นกระทรวงเล็กๆ ก็ต้องมีรัฐมนตรีช่วยมาคอยอนุบาล

ดิฉันมองว่าการมาตอบ กมธ. และการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ อาจทำให้นายไชยชนก ออกจากภาพที่ต้องเป็นไข่ในหิน เป็นลูกแหง่ หรือเป็นคนที่คอยมีผู้พิทักษ์ปกป้องตลอดเวลาได้ โตเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วทำได้อะไรได้ด้วยตัวเอง จึงขอให้นายไชยชนกมาชี้แจงต่อ กมธ.ด้วยตัวเอง“ น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมสภาฯ สมัยหน้า ที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โครงการ TH-AI passport เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เพราะเรื่องนี้ทุกอย่างชัดเจน เหลือแค่กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการเมื่อไร เท่านั้นเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน