‘โตโน่’ รับฝันเป็นจริง หลังถือหุ้น 50% เป็นเจ้าของร่วม ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด รับเจอปัญหาทุกวันแต่ยังรัก ยืนยันแม้โฟกัสการบริหารฟุตบอล แต่ยังไม่ทิ้งงานแสดง
13 ส.ค. 69 – “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เปิดใจหลังเข้าเข้าถือหุ้น 50% และดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอล ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด
ล่าสุด โตโน่ มาร่วมงานแถลงข่าว BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 บริเวณ SCBX NEXT ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้เปิดใจถึงเรื่องนี้
ปีนี้จะมีผลงานแบบภาพยนตร์ให้ชมไหม ?
โตโน่ : มีนะครับ มีภาพยนตร์ติดต่อเข้ามา แต่ว่าผมยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มเปิดกล้องได้ตอนไหนนะครับ ตอนนี้ก็คงจะยังพูดอะไรมากไม่ได้ครับ
เรื่องที่เรารับไว้ก่อนหน้านี้ใช่ไหมที่เปิดตัวไป ?
โตโน่ : ทั้งเรื่องที่คุยไปแล้วด้วย แล้วก็เรื่องใหม่ด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ที่ฟุตบอลหมดเลย (หัวเราะ) ใกล้เปิดฤดูกาลแล้วครับ”
มีส่วนร่วมยังไงกับทีมร้อยเอ็ดบ้าง เป็นทั้งหุ้นส่วนทางสโมสรด้วย แล้วก็ทั้งประธานสโมสรเลย ?
โตโน่ : ตอนเด็ก ๆ ผมทำได้แค่เล่นเกม คิดว่าวันหนึ่งเราจะเป็นเจ้าของสโมสร เป็นเรื่องแบบเพ้อฝัน แต่พอวันหนึ่งเราได้มีโอกาสที่จะทำ ก็ทั้งเหนื่อย ทั้งภูมิใจ แต่ในทุกวันก็ต้องแก้ปัญหา เพราะว่าคนเยอะ ถ้าเราจะทำให้ทีมเราดีขึ้น มันก็ต้องใส่ใจในหลาย ๆ ด้าน

แต่ว่าผมโชคดีที่ ร้อยเอ็ด มีทีมเดียว เป็นทีมเดียวของจังหวัด แฟนบอลให้การตอบรับอบอุ่นมาก ๆ เสื้อของที่ระลึกค่อนข้างขายดี ทำรุ่นไหนออกมาก็ขายหมดเลย นี่ทีมเราเพิ่งมีหมอ กำลังมีหมอประจำทีม แล้วก็เด็ก ๆ ทั้งทีมฟุตใหญ่ และอะคาเดมีมีอาหารเสริม โปรตีนเข้ามาช่วย ผมก็รู้สึกว่าดี เพราะว่าบางคนไม่ได้เงินเดือนที่สูง
ตอนนี้ปัญหาที่เจอ เจอปัญหาอะไรบ้าง ?
โตโน่ : โอ้ย เยอะหน่อย (ทำท่าคิด) ในแต่ละวันก็จะเจอปัญหาแตกต่างกันออกไป ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต เรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ว่าเราจะทำยังไงให้ทุก ๆ คนมีเป้าหมาย แล้วก็มีโฟกัสในสิ่งเดียวกัน ในฐานะของสโมสรก็คงจะพยายามช่วยให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ
รู้สึกไงที่พอเราไปเข้าไปอยู่กับร้อยเอ็ด
โตโน่ : ผมว่าเหมือนเติมเต็มให้กันและกันมากกว่าครับ ผมรู้สึกว่าไปที่นั่นแล้วผมได้รับความรัก แฟนบอลก็น่ารัก ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่เข้าไปถือหุ้นแล้วได้เริ่มบริหารมาจนถึงวันนี้ ค่อนข้างจะชื่นใจครับ ผมเห็นนักฟุตบอลมีอนาคตดีขึ้น ได้รับเงินเดือนที่ตรง มีวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย มีฟิตเนสเข้ามาช่วย การที่เรากล้าที่จะให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็ก ๆ อีสานได้มีโอกาสได้พัฒนาตัวเอง ได้ลงเล่น ได้เงินเดือน ผมเห็นผมก็ชื่นใจไปด้วย

เครียดหรือกดดันไหม ที่เราต้องมาดูแลอะไรเยอะ ๆ
โตโน่ : ผมว่าก็เครียดนะครับ คืออย่างที่บอก ทุกวันมันจะมีปัญหาเข้ามาหมด แต่ว่าเราดันรักอะครับ แล้วเราก็รู้สึกสนุก แต่ผลการแข่งขันเราจะเริ่มแข่งกันจริงคือเดือนหน้า แต่ว่าเมื่อไหร่ที่แข่งแล้วแพ้นั่นแหละ เราจะยังรักกันอยู่ไหม แฟนบอลจะยังให้การสนับสนุนอยู่ไหม ต้องต้องดูกันยาว ๆ
คือเข้าไปซื้อทีมเลยเหรอ?
โตโน่ : ครับ ไปถือหุ้นครับ เป็นเจ้าของร่วมกับทางคุณบุ๊กครับ
จะไม่ได้เหมือน ๆ ที่ 2 สโมสรที่ผ่านมา ?
โตโน่ : ใช่ครับ อันนั้นก็คือไปช่วยบริหาร แต่วันนี้เราเป็นเจ้าของเต็มตัวครับ แต่ว่าเรารับตำแหน่งประธานบริหารด้วย
ก็แสดงว่าไม่ว่าจะยังไง พี่โน่ก็ต้องยังอยู่กับทีมนี้อย่างแน่นอน ?
โตโน่ : ก็จนกว่าเราจะทำไม่ไหวครับ ถ้าเกิดว่าทีมมันไม่ดีขึ้น หรืออะไรเงี้ย ก็อาจจะค่อยว่ากันนะครับ แต่ว่าตอนนี้เรา เราผมอยากทำให้มันดีที่สุด“