ประธาน กมธ.ศาสนา ไม่นิ่งเฉยเตรียมลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ดึงทุกฝ่ายเคลียร์ข้อเท็จจริง หวั่นศึกวัด-ฆราวาสบานปลายกระทบศรัทธาชาวพุทธ
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาขัดแย้งภายใน วัดป่าอดุลยาราม อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น หลังมีกลุ่มบุคคลนำสิ่งของมาปิดกั้นบริเวณทางเข้าวัด จนส่งผลกระทบต่อการเข้าออกและการประกอบศาสนกิจของวัด ว่า กมธ.ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาแล้ว และเห็นว่าปัญหาจำเป็นต้องได้รับการคลี่คลายอย่างเร่งด่วนก่อนจะบานปลายและกระทบต่อพระพุทธศาสนา
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุมกมธ. มีมติให้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 19 ส.ค.นี้ เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงด้วยตนเอง โดยจะเชิญทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าหารือร่วมกัน เพื่อเปิดข้อมูลอย่างรอบด้านและแสวงหาทางออกบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กฎหมาย และความสงบเรียบร้อย
การลงพื้นที่ครั้งนี้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกับ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ผู้ว่าฯขอนแก่น สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น และไวยาวัจกรวัดป่าอดุลยาราม เพื่อรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่และสิทธิในที่ดิน ปัญหาการปิดกั้นทางเข้าออกวัด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปฏิบัติศาสนกิจ
ทั้งนี้ ปัญหาของวัดป่าอดุลยารามไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เคยมีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินระหว่างวัดกับทายาทของผู้ที่เคยยกที่ดินให้เป็นพื้นที่วัด และมีการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาแล้วหลายครั้ง สถานการณ์จึงมีทั้งมิติของข้อกฎหมาย สิทธิในที่ดิน การบริหารจัดการศาสนสมบัติ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับประชาชนในพื้นที่ที่จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
“เรื่องของวัดและศาสนสถาน เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น เราไม่ต้องการเห็นสถานการณ์พัฒนาไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างพระสงฆ์กับประชาชน กมธ.จึงต้องลงไปฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมและอยู่ภายใต้กฎหมาย โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้วัดสามารถประกอบศาสนกิจได้ตามปกติ และทำให้ความขัดแย้งยุติลงโดยสันติ” นางธิวัลรัตน์กล่าว
ประธานกมธ.ระบุอีกว่า นอกจากการประชุมกับหน่วยงานฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแล้ว กมธ.จะเดินทางเข้ากราบนมัสการ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและแนวทางจากฝ่ายคณะสงฆ์ โดยเฉพาะบทบาทในการอุปถัมภ์ คุ้มครอง และดูแลกิจการพระพุทธศาสนา รวมถึงแนวทางป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทระหว่างวัดกับฆราวาสขยายตัวจนสร้างความเสียหายต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
นางธิวัลรัตน์ย้ำว่า ภารกิจของกมธ.ไม่ใช่การลงพื้นที่เพื่อตัดสินล่วงหน้าว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง และผลักดันให้กลไกของรัฐและคณะสงฆ์เข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หากพบว่าต้นเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับแนวเขตหรือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก็ต้องให้สำนักงานที่ดินและหน่วยงานที่มีอำนาจนำหลักฐานมาตรวจสอบให้ชัดเจน
หากเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในวัดก็ต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนา ส่วนการกระทำใดที่อาจกระทบต่อสิทธิ การเข้าออก หรือความสงบเรียบร้อย ก็ต้องให้ฝ่ายปกครองและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม
“พระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน วัดไม่ควรกลายเป็นพื้นที่ความขัดแย้ง การแก้ปัญหาจึงต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากอารมณ์ ตรวจสอบเอกสารและสิทธิต่าง ๆ ให้ชัด และเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยกัน เป้าหมายสุดท้ายคือยุติปัญหา คืนความสงบให้วัด และรักษาศรัทธาของประชาชน” ประธานกมธ. กล่าว
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ข้อมูลและข้อเสนอทั้งหมดจากการลงพื้นที่ จะถูกรวบรวมเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. เพื่อประสานและเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมพิจารณาว่ามีช่องว่างด้านกฎหมายหรือมาตรการใดที่ควรปรับปรุง เพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมถึงการดูแลศาสนสมบัติและการแก้ข้อพิพาทเกี่ยวกับวัด มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก