กกต. ยกระดับงานข่าว ตั้งทีมข่าวทุกจังหวัด ขึ้นบัญชีหัวคะแนน-ผู้มีอิทธิพล สกัดทุจริต ประเดิมเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี-เลือกตั้งนายกอบจ. กาฬสินธุ์-นนทบุรี-ขอนแก่น

เมื่อ​วันที่ 14 ส.ค. 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะฯ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างแหล่งข่าวให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง การสืบสวน การไต่สวน และการดำเนินคดีในศาล ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

โดยนายสิทธิโชติ กล่าวว่า วันนี้คณะสืบสวนไต่สวนทุกสำนักได้เชิญหน่วยข่าวต่างๆ ของประเทศ อาทิ กอ.รมน. ตำรวจ ทหารเรือ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทุกหน่วยถือเป็นหน่วยข่าวของประเทศที่มีเครือข่ายอยู่ในทุกจังหวัด

โดยสำนักงาน กกต. เห็นว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีปัญหาเรื่องการทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียง รวมถึงมีกรรมวิธีทุจริตการเลือกตั้งอื่นๆ แต่ กกต. ไม่มีมือทำงานในเชิงการข่าว จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกสำนักข่าวที่เป็นแกนหลักในการรู้ข้อมูล และความเคลื่อนไหวต่างๆ

โดยประสานกับ กกต.ในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ กกต. ได้รู้ข้อมูลล่วงหน้าและดำเนินการป้องกันได้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเบื้องต้น เนื่องจากปัจจุบัน กกต. ยังไม่มีเครือข่ายของตนเองจึงต้องอาศัยหน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งกฎหมายก็ให้อำนาจไว้

​นายสิทธิโชติ กล่าวอีกว่า เมื่อได้พูดคุยจนเข้าใจตรงกันทั่วประเทศแล้ว กกต. จะสร้างระบบงานข่าวของตนเอง โดยจัดตั้งทีมงานด้านการข่าวในทุกจังหวัด ซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้ ทั้งการขอความร่วมมือจากข่าวกรองและการสร้างระบบการทำงานด้านข่าว

ส่วนเรื่องงบประมาณ กฎหมายเปิดช่องให้ กกต. ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น วันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเชิงรุกของ กกต. เกี่ยวกับงานข่าว โดยคาดหวังว่าในอนาคตจะทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น และการซื้อเสียงลดน้อยลง ซึ่งเราจะทำจริง

เมื่อถามว่าจะนำร่องระบบนี้ใช้ในการเลือกตั้งซ่อม จ.อุดรธานี ได้เลยหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ตนมอบหมาย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ฝ่ายสืบสวน แล้วว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้จะมีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.อุดรธานี การเลือกตั้งนายก อบจ. กาฬสินธุ์ นนทบุรี และขอนแก่น ซึ่งจะต้องมีสิ่งใหม่ๆ

โดยจะไม่ทำงานในรูปแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งใดสามารถป้องกันได้ก่อนการเลือกตั้ง จะดำเนินการทันที โดยสั่งการให้หามาตรการเร่งด่วน ส่วนในระยะยาวจะจัดทำเป็นระบบอย่างเป็นทางการต่อไป

เมื่อถามว่าจะมีการจัดลำดับพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า จะต้องจัดระบบการทำงานในลักษณะนั้นเช่นกัน โดยส่วนหนึ่งที่คิดไว้คือ ต้องมีข้อมูลในแต่ละจังหวัดว่า ใครเป็นหัวคะแนน หรือใครเป็นผู้มีอิทธิพล แล้วขึ้นบัญชีไว้ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็จะทำให้บริหารจัดการงานได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่าจะสุ่มเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้ทุ่มเทกำลังคนเข้าไปทำงานได้ตรงจุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน