กมธ.งบ 70 ซักยิบงบสภา ปมพัฒนาเว็บไซต์ 8 ล้าน-งบกิจกรรมส่งเสริมปชต.8 ล้าน ฝากยกระดับความปลอดภัย “บุญจง”ชมมาตรการคุมเข้มอาวุธปืน ขอให้ทำต่อ ห่วง สส.ถูกยิงตาย เปลืองงบจัดเลือกตั้งซ่อม
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. คนที่สาม ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ได้พิจารณาการของรับบประมาณหน่วยงานของรัฐสภา คือ สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาฯ และกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยมีผู้บริหารของทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมและชี้แจง
ทั้งนี้ ในการพิจารณาของกมธ. ได้ซักถามถึงการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ซักถามต่องบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โครงการพัฒนาเว็บไซต์รัฐสภา จำนวน 8 ล้านบาท จากเอกสารพบว่ามีใบเสนอราคา 3 ราย มีวงเงิน 7.3 ล้านบาท 8 ล้านบาท และ 10.48 ล้านบาท ทั้งที่อ้างอิงขอบเขตงานโครงการเดียวกัน ส่วนต่างราคาต่ำสุด ถึงสูงสุดต่างกัน 3 ล้านบาท
ขณะที่ทีโออาร์ ระบุว่าขอบเขตงานเพื่อปรับปรุงเว็ปไซต์เดิมและเชื่อมฐานข้อมูลเดิม เชื่อมระบบเดิมของสำนักงานไม่ใช่สร้างระบบใหม่ทั้งหมด ดังนั้น วงเงิน 8 ล้านบาท คำนวณจากต้นทุนอะไร มีค่าใช้จ่ายอื่น
น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าววต่อว่า ขณะที่งบอุดหนุนส่งเสริมประชาธิปไตย 25 ล้านบาท เป็นโครงการส่งเสริมความเป็นพลเมืองเยาวชนเพื่อพัฒนาประชาธิไตย 8 ล้านบาท ทำกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนทุกจังหวัด 2 รุ่น รุ่นละ 160 คน เท่ากับมีงบที่ใช้เฉลี่ยต่อคน 2.5 หมื่นบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 69 ที่ได้งบ 6.5 ล้านบาท ทั้งนี้ ทราบว่าในชั้นอนุกมธ.ไม่ถูกปรับลด ดังนั้น งบที่ได้เพิ่มขึ้นนั้นมีกิจกรรมหรือรายการใดที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
ขณะที่ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. ได้ฝากประเด็นให้กับสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้มงวดเรื่องบุคคลผ่านเข้ามายังภายในพื้นที่รัฐสภาว่า ตนเจอกับตัวเองในห้องประชุมสภา คือ ระหว่างที่ตนคุยธุระส่วนตัวผ่านโทรศัพท์ โดนถ่ายคลิประหว่างสนทนาไว้ และมีสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ขึ้นลายน้ำ ยังดีที่เป็นตน
นอกจากนั้นแล้วตนยังได้รับจดหมายเชิญให้ไปร่วมงานโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตย วันที่ 19 ส.ค.แต่ไม่มีหัวข้อ ทั้งนี้ การเชิญผู้แทนฯไปร่วมงานควรกำหนดหัวข้อให้พูด ไม่ใช่เชิญไปแต่ไม่ได้พูด นอกจากนั้นการจัดกิจกรรมไม่ควรจัดที่โรงแรมเพื่อสนับสนนุนกิจการ แต่ควรจัดที่วัดหรือโรงเรียนแทน
นายบุญลือ กล่าวต่อว่า ตนป็นผู้แทนฯมาตั้งแต่ปี 2544 แต่มีช่วงที่ถูกตัดสิทธิไปพร้อมกับการยุบพรรคพลังประชาชน ตนไม่เคยใช้สวัสดิการของรัฐสภา ไม่เคยเบิกค่ารักษา เพราะมองว่ามีคนที่เดือดร้อนกว่า ทั้งนี้ ความต้องการความช่วยเหลือของคนไม่เท่ากัน
ดังนั้น ขอฝากว่า ตนหวงเม็ดเงิน และอยากฝากให้กรรมการกองทุนพิจารณาหลักเกณฑ์ก่อนจะพิจารณาให้อย่างเหมาะสม หรือควรคัดกรองมากกว่านี้หรือไม่ เพราะงบประมาณในอนาคตต้องถูกใช้อย่างจำกัด
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงว่า โครงการจัดจ้างพัฒนาเว็บไซต์ คือการพัฒนาระบบแบบบูรณาการ ฐานข้อมูลส่วนกลาง รวมถึงปรับปรุงระบบการรับฟังความเห็นร่างกฎหมายตามมาตรา 77 โดยจะพัฒนาระบบยืนยันตัวตน วิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ รวมถึงปรับปรุงส่วนของการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งนี้ การพัฒนาเว็ปไซต์ได้สอบถามราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้าง 3 ราย โดยรายละเอียดจะขอส่งเป็นเอกสาร
นายศิโรจน์ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีข้อกังวลต่อการเข้าพื้นที่รัฐสภาของบุคคลนั้น ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กำชับให้มีมาตรการและใช้แนวปฏิบัติที่เข้มข้น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรรัฐสภาปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด
ส่วนที่นายบุญลือ ระบุถึงจดหมายเชิญให้ร่วมกิจกรรม วันที่ 19 ส.ค. ที่ จ.ราชบุรี เป็นกิจกรรมของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง จัดกิจกรรมที่จ.ราชบุรี ซึ่งตนขอโทษที่ไม่ได้แจ้งก่อน มีเพียงการจัดส่งหนังสือ ดังนั้นต่อไปจะทำให้ถูกต้องครบถ้วน รอบคอบต่อไป
ขณะที่สวัสดิการของอดีตสมาชิกรัฐสภาที่มีความกังวลนั้น ตนจะนำเรื่องไปแจ้งต่อประธานสภาฯ เพื่อเข้าประชุมกรรมการกองทุน ในวันที่ 28 ส.ค. นี้
ด้านนางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาฯ ชี้แจงว่า โครงการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นพลเมืองของเยาวชนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เป็นโครงการที่มีมาตั้งแต้ปี 45 และที่ได้รับงบประมาณเพิ่ม เพราะได้เพิ่มจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมและเพิ่มรอบอบรมเป็น 2 รุ่น
โดยมี 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมยุวประชาธิปไตย 10 วัน 10 คืน มีการเรียนรู้ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ เปิดประสบการณ์จาก สส. สว. ที่ให้องค์ความรู้ รวมถึงมีการศึกษานอกสถานที่ ที่รัฐบาล ศาลฎีกา องค์กรระหว่างประเทศ สถานทูต ยูเอ็น รวมถึงมีกิจกรมรวมรุ่นยุวชน 4 ภูมิภาค 2 คืน 3 วัน ทั้งนี้ในการพิจารณาชั้นอนุกมธ. ได้พิจารณาค่าดำเนินการ ค่าใช้จ่าย ราคาต่อหัว โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า
ในช่วงท้ายนายบุญจง กล่าวฝากในประเด็นความปลอดภัย ที่พบว่ามีมาตรการตรวจสอบอาวุธเข้มข้น ถือว่าดีมากและขอให้ทำต่อเนื่อง เพราะหากมีเหตุยิง สส.ตาย ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดเลือกตั้งซ่อม ดังนั้นขอให้ทำอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เสียภาพประเทศ