เท้ง ซัด อนุทิน อย่าเบี่ยงประเด็น หลังถูกจี้ถามคดีโกง สว. ชี้หลักฐานชัดเจนจากบุคคลที่ร่วมขบวนการแล้วเสียผลประโยชน์ แย้มมีหลักฐานเด็ด แต่เก็บไว้เปิดช่วงซักฟอก
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2569 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงคดีการโกงสว.ว่า ฝ่ายค้านมีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าอาจมีส่วนพัวพันกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย แต่กลายเป็นว่ากลับมีการแสดงความเห็นจากฝั่งรัฐบาลว่าโกงสว.ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง จะเอาเข้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือ
การแสดงความคิดความเห็นลักษณะเช่นนี้ เป็นการพยายามเตะสกัดการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน และขาดความกล้าหาญทางการเมืองอย่างชัดเจนที่ไม่ยอมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ
ส่วนที่นายกฯ บอกว่าฝ่ายค้านเดินเกมเรื่องฮั้ว สว. เพราะอยากเป็นรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่านายกฯ พยายามเบี่ยงประเด็น จากหลักฐานที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึงภาคประชาชนเปิดมาเรื่อยๆ นายกฯ อาจจะตอบไม่ได้ทั้งหมด
วิธีการเดียวที่จะเบี่ยงประเด็น ไม่อยากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบในสภาได้อย่างเต็มที่ จึงเบี่ยงประเด็นโยนมาที่ฝ่ายค้านว่าอยากไปเป็นรัฐบาล
“ผมคิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน และทุกพรรคที่อาสาลงเลือกตั้ง ก็อยากเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่มีใครตั้งใจลงเลือกตั้งเพื่ออยากจะแพ้เลือกตั้ง ฉะนั้น ผมไม่ปฏิเสธจุดมุ่งหมายของพรรคประชาชน คืออยากเป็นรัฐบาลเพื่อเข้าไปเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้น แต่นายกฯ ก็ไม่ควรจะใช้วาทกรรมแบบนี้มาเบี่ยงประเด็น เพื่อที่คุณจะไม่ได้ถูกตรวจสอบในสภา” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่าสุดท้ายหากคดีฮั้วสว. ไม่ได้ถูกชี้มูล ทั้งหมด 229 คนจะเป็นการฟอกขาว หรือเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากหลักฐานที่เปิดเผยออกมาทั้งหมด กกต.ต้องส่งไปยังศาลฎีกาทั้งหมด ซึ่งตามกฎหมายก็ระบุไว้ว่าแค่มีหลักฐานเพียงความเชื่อได้ว่า ก็เพียงพอแล้วที่จะส่งศาล
แต่ถ้ามีกรณีส่งบางส่วนหรือยกคำร้องทั้งหมด พรรคประชาชนก็เตรียมที่จะร้องคัดค้านไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 ช่องทาง ถ้ากกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราก็พร้อมที่จะใช้กลไกทางกฎหมายทุกช่องทาง ดำเนินคดีกับกกต.เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนมีเกมการเมืองที่จะบีบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ลาออก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ มีทางเลือกตลอดเวลา ไม่ว่าจะยุบสภาหรือลาออก ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญของคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องพร้อมถูกตรวจสอบและตอบคำถามจากประชาชนได้
ตนคงไปตัดสินใจแทนนายกฯ ไม่ได้ว่าจะยุบสภาหรือลาออกเมื่อไหร่ อยู่ที่ตัวท่านเองเพราะสุดท้ายประชาชนจะตัดสินผ่านการเลือกตั้งอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่ามองว่าเป็นการสกัดหรือตีกันเองในขั้วเดียวกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชน พูดมาตลอดว่ามองผิวเผินภายนอกระบอบสีน้ำเงิน อาจจะมองดูว่าแข็งแต่ภายในตราบใดที่ยึดโยงกันด้วย ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ได้ยึดโยงกันด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้ามา จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพราะแก้ปัญหาร่วมกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าโครงสร้างของระบอบสีน้ำเงินที่ยึดโยงกันด้วย ผลประโยชน์แบบนี้ตัวมันเองก็จะบอบบางภายในซึ่งตอนนี้ก็เห็นรอยร้าว หลายๆเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น หลักฐานต่างๆ ที่เปิดเผยออกมา คิดว่าเราได้มาจากไหนถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ในกระบวนการตอนแรก แล้วเสียประโยชน์
จากกระบวนการดังกล่าว ซึ่งในกระบวนการก็ต้องมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย สุดท้ายเราบอกแบบนี้ก็เป็นระบอบที่กัดกินตัวเอง และพวกเราฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะแฉทุกอย่างออกมาผ่านเวทีสภา
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่ตนก็มี แต่ทีมงานยังไม่ให้โพสต์หรือเปิดเผยออกมา ขอให้เก็บไว้เปิดในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจดีกว่า
ทั้งนี้ ในนามผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลในนามระบอบสีน้ำเงิน ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างเพื่อที่จะพยายามคงอำนาจของตัวเองไว้ ไม่ได้ใช้ไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำลายขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม
ส่วนที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลทำงานมา 6 เดือนแล้วยังไม่เห็นปัญหาทุจริต ฝ่ายค้านกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นเหมือนการปิดตาข้างเดียวหรือเป่าคดีต่างๆ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ลองถามคำถามเดียวกันกับคนหลายๆ กลุ่มในสังคมดูก็จะได้คำตอบ