ครม.เงา ชง 3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาทุนเทา-โรงงานเถื่อน-ลักลอบทิ้งขยะพิษ ปราจีนบุรี ‘เท้ง’ จี้ นายกฯ’ กล้าหาญ เซ็นหนังสือเปิดทาง ตม. ใช้อำนาจหน้าที่เข้าตรวจสอบได้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า สิ่งที่เราเจอสถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้น แต่เลวร้ายลง นอกจากจะมีการลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมขยะสารพิษต่างๆ แล้ว วันนี้ยังมีการตั้งค่าหัวแกนนำประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐทำงานอย่างจริงจัง
โดยจากการลงพื้นที่ ต.ท่าตูม จ.ปราจีนบุรี พบว่ามีการร้องเรียนเรื่องการทิ้งน้ำเสีย รวมถึงอากาศที่มีกลิ่นเหม็นค่อนข้างรุนแรงและชัดเจน ซึ่งชาวบ้านที่ร้องเรียนเปิดเผยว่ามีหน่วยงานภาครัฐมาดูแล้วหลายครั้ง แต่ก็หายไป ทำให้ปัญหายังคงอยู่เหมือนเดิม
ซึ่งบริเวณนี้มีทั้งหมด 5 โรงงาน แต่ 4 โรงงานเป็นของต่างชาติ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ทุนต่างชาติหรือทุนขนาดใหญ่ที่เข้ามาสามารถใช้เงิน ใช้อำนาจนอกระบบในการปิดตาหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับประชาชน

นายกรุณพล กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเดินทางไปดูพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค สิ่งที่แตกต่าง คือ เมื่อเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม ไม่มีหน่วยงานใดสนใจ ไม่มีการแก้ไข แต่โรงงานไหนที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม มีระเบียบกฎหมายและเจ้าหน้าที่คอยดูแล และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน สามารถดูแลพื้นที่รอบๆ นิคมอุตสาหกรรมให้ไม่ได้รับผลกระทบ
จึงกังวลว่า หากภาครัฐไม่สามารถทำงานภายนอกนิคมอุตสาหกรรมได้ ปราจีนบุรีทั้งจังหวัดใครแหลมขึ้นมา ใครร้องเรียน ใครมีปัญหา อาจถูกขู่ฆ่าหรือถูกอุ้มไปทิ้งได้ ซึ่งเราได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาก็ชี้แจงว่าพยายามกั้นรถ พยายามที่จะตรวจสอบดูแล แต่สิ่งเหล่านี้จะมาตอนกลางคืน และมีพื้นที่ที่ชาวบ้านขุดหน้าดินไปขายจนเกิดหลุมลึก ทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นที่ทิ้งขยะที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทำให้ขยะสารพิษซึมลงสู่ใต้ดิน
ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นแหล่งปลูกผลไม้หลักของประเทศ หากซึมลงสู่ใต้ดินแล้ว มันไม่ใช่แค่น้ำอุปโภคบริโภคใน จ.ปราจีนบุรี เท่านั้น แต่ผลผลิตของชาวปราจีนบุรีจะส่งต่อไปทั่วประเทศ
“ย้ำว่าหากภาครัฐยังนิ่งนอนใจ ไม่สามารถจัดการกับทุนต่างชาติ ผู้มีอิทธิพล และไม่สามารถฟื้นฟูปัญหาขยะกากอุตสาหกรรม ขยะสารพิษในจ.ปราจีนบุรีได้ มันจะลามไปทั่วทั้งประเทศ” นายกรุณพล กล่าว

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบทิ้งกากสารพิษ กากอุตสาหกรรม ในพื้นที่สาธารณะไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีการจับกุมแต่กลับมีการปล่อยตัว
ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองปราจีนบุรีพูดชัดเจนว่า อยากเข้าไปตรวจแรงงานเถื่อนในโรงงานเถื่อน แต่เข้าไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่จะเริ่มต้นใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ ก็จะมีทนายจากทุนสีเทาฟ้องร้องกลับ กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่เดือดร้อน จะใช้อำนาจในทางที่ชอบก็ทำไม่ได้
สิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกร้องมายังฝ่ายค้าน คือ เอกสารฉบับหนึ่งที่ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบในโรงงานได้ เพื่อเป็นหลังพิงในการทำงาน ดังนั้น ตนจึงมองว่าวิธีการแก้ปัญหาในจ.ปราจีนบุรี เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นถึงทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะเอา EEC เข้ามา และยังมีข้อกังวลถึงหลายปัญหาที่จะเพิ่มมากขึ้น

ข้อเสนอแรก คือ เราต้องเริ่มจากความกล้าหาญทางการเมือง โดยหลังจากการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีได้ลงไปขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวปราจีนบุรีเป็นครั้งแรกที่เลือกพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัดทั้ง 3 เขต และประกาศเอาจริงเอาจังกับในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน แก้ปัญหาทุนเทา
ฉะนั้น ขอให้ท่านใช้ความกล้าหาญทางการเมืองแสดงออกให้พี่น้องชาวปราจีนบุรีเห็นได้หรือไม่ แค่เป็นลายเซ็นเริ่มต้น เป็นต้นเรื่อง เพราะระบบราชการต้องเดินด้วยงานเอกสาร เดินด้วยหนังสือ ทำให้ส่วนราชการในพื้นที่กล้าหาญที่จะปฏิบัติงานในพื้นที่ได้
ข้อเสนอที่ 2 คือ เรื่องความโปร่งใส เรามีข้อเสนอหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ร่างกฎหมาย PRTR เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลการขนย้ายสารเคมี ขนย้ายกากมลพิษต่างๆ อยากให้มีแรงหนุนจากรัฐบาลผลักดันกฎหมายนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดี เพราะทุกครั้งที่มีการร้องเรียน เรื่องเงียบหาย ถ้ารัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหาจริงๆ ควรนำเครื่องมือเทคโนโลยีอย่าง Traffy Fondue เข้าไปติดตามรับเรื่อง ก็จะทำให้เกิดความตกใจมากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้เลย
ซึ่งการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานในพื้นที่ คือกำลังจะมีโครงการทำอาสาสมัครภาคอุตสาหกรรม เพื่อจะได้เป็นหูเป็นตาแทนหน่วยงานในพื้นที่ว่าจะมีการตั้งโรงงานเถื่อนตรงไหนบ้าง เพราะหน่วยงานจังหวัด หน่วยงานภูมิภาคในจังหวัดกำลังพลไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องอาสาสมัครภาคอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่
สิ่งที่สามารถทำได้เลย คือ บูรณาการกับจิสด้า หากนำภาพถ่ายดาวเทียมมาซ้อนทับกับข้อมูลเชิงทะเบียน เพื่อดูว่าโรงงานที่สร้างขึ้นมามีการขออนุญาตหรือไม่ ตนเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้
ข้อเสนอสุดท้าย คือ การบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการตรวจจับทุนเทา ไม่ว่าจากสรรพากรกรมโรงงาน ทะเบียนพาณิชย์ ก็พอจะเห็นรูปแบบว่าเป็นการจัดตั้งที่มีนอมินีหรือเป็นทุนเทาหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมีเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งเราได้นำเสนอไปแล้ว เพื่อเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดและลดขั้นตอนการสืบสวนผู้กระทำความผิด เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลักการเราชัดเจนคงเส้นคงวา ผู้ที่ก่อมลพิษควรจะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ต้องให้สังคมรับผิดชอบ หรือต้องใช้เงินภาษีของประชาชนลงไปเยียวยาแก้ไข
ตราบใดที่ปัญหาในพื้นที่ยังคงยึดโยงกับการจ่ายส่วย และมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น ซึ่งการเมืองท้องถิ่นนั้นอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองบ้านใหญ่ที่อยู่ในค่ายสีน้ำเงินหรือไม่ ผมเชื่อว่าถ้ายังมีสภาพปัญหาแบบนี้อยู่ เราคงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวปราจีนบุรีได้
“อยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าในพื้นที่จังหวัดหนึ่ง โดยเฉพาะ จ.ปราจีนบุรี ยิ่งสีน้ำเงินมีความเข้มมากยิ่งขึ้น ตกลงแล้วปัญหากากมลพิษ ปัญหาแรงงานเถื่อน โรงงานเถื่อนมันถูกแก้ไข เยียวยาให้เบาบางลงหรือเข้มข้นขึ้นตามสีน้ำเงินที่เข้มขึ้นเหมือนกันกันแน่” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ปราจีนบุรี แต่ไม่ได้เจอกับชาวบ้านที่มาชุมนุมร้องเรียนคัดค้าน EEC มองว่าแบบนี้แสดงความไม่จริงใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนประชาชนก็ควรจะลงไปเจอและไปพูดคุยเป็นพื้นฐาน
แต่สิ่งที่ตนอยากพูดถึง คือ เมื่อวานตนได้ติดตามว่า นายสุชาติได้ประชุมอะไรบ้าง โดยสิ่งที่ชาวปราจีนบุรีต้องการตอนนี้ คือ ไม่ได้คัดค้านเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในจังหวัด แต่สิ่งที่ต้องการ คือ พัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการดูแลการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ประโยชน์เกิดขึ้นกับชุมชน
การที่ประชาชนออกมาคัดค้านไม่เอา EEC ในปราจีนบุรี ตนขอย้ำว่าไม่ได้คัดค้านความเจริญ อยากได้ความเจริญแต่ความเจริญต้องเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นว่า เมื่อนำเข้ามาแล้วปัญหาสิ่งแวดล้อมจะไม่ขยายตัวและถูกแก้ไขให้ดีขึ้น รวมถึงปัญหาแรงงานเถื่อน ซึ่งประชาชนคัดค้านเพราะขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐ
สิ่งที่นายสุชาติพูดไว้ในที่ประชุมเมื่อวาน ตนยังไม่เห็นความชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้ที่นำโดยนายอนุทิน ไม่เอาปราจีนบุรีเข้า EEC หรือมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ซึ่งคำตอบคือเรื่องยังไม่เข้าครม. คำตอบแบบนี้ถ้าตนเป็นชาวปราจีนบุรีก็อยากได้คำตอบชัดๆ ว่า จะเอาเข้า EEC ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ถ้าจะเอาเข้ามีมาตรการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร ป้องกันทุนเทาแรงงานเถื่อนในพื้นที่อย่างไร
เมื่อถามกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม บอกว่าเรื่องนี้ต้องรอนายกฯ สั่งการ มองว่าเรื่องนี้ถ้าสั่งการช้าไปจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาใน จ.ปราจีนบุรี ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ทุกวันที่มีความล่าช้า ไม่มีความชัดเจน ก็เชิญชวนนายกฯ ให้ลงพื้นที่บุยายใบ แล้วจะเข้าใจว่าประชาชนในพื้นที่เจออะไรอยู่ ถ้านายกฯ เห็นคุณค่าของทุกชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ก็อยากให้มีความกล้าหาญทางการเมืองและมีความชัดเจนในเรื่องนี้