ยศชนัน สั่งด่วนที่สุด 3 จว.เหนือ “น่าน-พะเยา-ลำพูน” รับมืออุทกภัย-น้ำป่าไหลหลาก สั่งสแตนด์บาย KA-32 – แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast 24 ชม.
เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0608/ว 14555 ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัดลำพูน
เพื่อสั่งการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างครอบคลุมทุกมิติ หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาพอากาศในเดือนสิงหาคม 2569 ว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมแรง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
ทางคณะกรรมการฯ จึงกำหนด 8 มาตรการสำคัญ ให้ทั้ง 3 จังหวัดเร่งดำเนินการทันที ดังนี้ 1.เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด: ประสานข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและแจ้งเตือนได้ทันท่วงที โดยเน้นย้ำพื้นที่เกิดอุทกภัยซ้ำซาก ชุมชนหนาแน่น พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางคมนาคมสำคัญ
2.ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัย รวดเร็ว-แม่นยำ: บูรณาการข้อมูลวิเคราะห์แจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมสั่งการผ่านช่องทางสื่อสารจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีคำแนะนำและปฏิบัติตามได้ทันที
3.เตรียมพร้อมกำลังพล-เครื่องจักรกล-เฮลิคอปเตอร์ KA-32: จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เรือ และเครื่องสูบน้ำ ประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสแตนด์บายเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) สำหรับภารกิจอพยพผู้ประสบภัยและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่เข้าถึงยาก
4.จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว: ให้มีความพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม ระบบดูแลสาธารณสุข ตลอดจนโรงครัวประกอบอาหารและวัตถุดิบที่เพียงพอ
5.ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง: แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำ ลำน้ำ จุดเสี่ยงลุ่มต่ำ รวมถึงผู้ประกอบการแพ ร้านอาหาร ประชาชนริมน้ำ และนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้าพื้นที่ 6.ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง: หากเกิดสถานการณ์ ให้ตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อสั่งการและระดมสรรพกำลัง โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ผ่านการประสานงานกับ พมจ. เพื่ออัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
7.เร่งรัดการฟื้นฟูเยียวยา: สำรวจและทำบัญชีความเสียหาย เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 ด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม
8.ผนึกกำลังกระทรวง อว. ประจำจังหวัด: ประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัย การขนย้ายสิ่งของ และการทำความสะอาดฟื้นฟูหลังน้ำลดตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจัดทำขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 275/2569 ในการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมีประสิทธิภาพ