ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน แนะรัฐบาลเปลี่ยนโดเมน TH-AI Passport จาก .net เป็น .co.th พร้อมจดชื่อข้างเคียง สกัดไอ้โม่ง ใช้ชื่อเลียนแบบดูดข้อมูลประชาชน เผยเตือนคนไทย ‘เอ๊ะ’ หากเจอขอข้อมูลเยอะเกิน จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งส่งเอกสารแจงกมธ.ติดตามงบฯ ปัดตอบข้อมูลแน่นล้มรัฐบาล
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ล่วงหน้าว่า
ตอนแรกมีการเปิดให้ลงทะเบียนในชื่อ de.aipass.net ซึ่งตนมีความกังวลว่า การที่ใช้ “.net” นั้น ใครก็สามารถจดโดเมนเนมได้ง่าย เช่น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนจ่ายเงิน 600 บาท จดโดเมน .net แล้วเติม sss เพิ่มด้านหลัง ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนั้นตนมองว่า เรื่องนี้ รัฐบาลต้องขอข้อมูลส่วนบุคคล ควรจดเป็น .go.th มากกว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่า มีการปรับปรุงโดยจดโดเมน เป็น .go.th แล้ว ดังนั้นจึงแนะนำประชาชนที่จะไปลงทะเบียนให้ลงทะเบียนในเว็บที่ลงท้ายด้วย .go.th
นายนิธิกร กล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นเพียงการลงทะเบียน และจะเริ่มใช้ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยในการลงทะเบียนจะมีการยืนยันตัวตน 2 ชั้นผ่านแอปพลิเคชัน ThaID และแอปพลิเคชันทางรัฐ ถือว่ามีความเข้มแข็งมากกว่าเดิมทีใช้ยูสเซฮร์เนม และพาสเวิร์ด ทำให้มีการเจาะระบบเอาข้อมูลไปได้ ฉะนั้นความปลอดภัยจะมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่ขอเพิ่ม เช่น หน้าที่การงาน และเงินเดือน ดังนั้น ขอให้ภาครัฐเก็บรักษาข้อมูลให้ดี อย่างไรก็ตามโครงการนี้รัฐต้องการคนลงทะเบียน 5 ล้านคน ขณะนี้ลงทะเบียนแล้วราว 5 แสนคน ซึ่งพรรคประชาชนไม่ได้ต่อต้านการคอสเรียนออนไลน์เพื่ออัพสกิล รีสกิลของประชาชน
เมื่อถามว่า มีข้อเสนอให้ต้องกังวลเรื่องโจรกรรมข้อมูล หรือสแกมเมอร์ด้วย นายนิธิกร กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่า ตอนนี้โดเมน aipass.net นั้น สามารถจดตัวอักษรอื่นๆ ตามหลังได้ง่าย ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีใครไปจดเพิ่ม โดยเติมอักษร AA หรือ SS เพิ่มหรือไม่ อย่างไร ดังนั้นจึงแนะนำว่าให้รัฐไปไล่จดโดเมนที่ใกล้เคียงกันเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครมาสวมรอยโดเมนตัวจริงที่ประกาศใช้ และพยายามแบนเว็บไซต์เลียนแบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้ ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบบข้อจากผู้ลงทะเบียนนั้น หากมีการขอมากเกินไป ขอให้ประชาชนมีการเอ๊ะหรือตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อน
ถามต่อว่า หลังจากนี้กมธ.ฯ จะติดตามการเดินหน้าโครงการนี้อย่างไรต่อ นายนิธิกร กล่าวว่า เราต้องแยกตัวโครงการและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างออกจากกัน โดยการลงทะเบียนไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทางกมธ.ติดตามงบฯ ได้ขอเอกสารสำคัญคือ เอกสารการประมูลงานจากผู้ประมูล 3 ราย ที่จะทำให้เราได้รู้ว่ากระบวนการที่ผ่านมามีความชอบธรรมหรือไม่ เพราะหากมีความชอบธรรมก็ไม่มีปัญหา แต่หากมีข้อครหาเหมือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องจอและระยะเวลาประมูล หากเราไดรับเอกสารเหล่านี้ ก็จะสามารถตอบคำถามได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งข้อมูลให้กมธ.เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า แต่หากไม่ส่งข้อมูลมาจะยื่นป.ป.ช.ตามไทม์ไลน์เดิมหรือไม่ นายนิธิกร กล่าวว่า ตอนนี้เรามีข้อมูลในมือระดับหนึ่งแล้ว แต่เราอยากเห็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย คือ เอกสารที่กล่าวข้างต้น ที่สำคัญคือตอนแรกโครงการบอกว่าเหมาจ่าย 1.5 พันล้านบาท สำหรับเช่า AI แต่เปลี่ยนมาใช้การจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง เข้าใจว่าสัญญาน่าจะเสร็จแล้วจึงเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน ในส่วนนี้ทางกมธ.ก็ขอข้อมูลไปเช่นเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าเมื่อประชาชนลงทะเบียนแล้วรัฐต้องจ่ายเงินให้เอกชนเท่าไหร่
เมื่อถามว่า ข้อมูลที่มีอยู่นั้นถือว่าแน่นหนาพอที่จะล้มรัฐบาลหรือไม่นายนิธิกร กล่าวว่า ในส่วนนี้ขอยังไม่ตอบ แต่ย้ำว่าเรามีข้อมูลอยู่ในมือระดับหนึ่ง