นายกฯ ยัน TH-AI Passport ไม่ใช่โครงการไร้ค่า-เฮงกะบ๊วย ขอให้รอดูผลสัมฤทธิ์จากจำนวนคนลงทะเบียน ไม่หวั่นฝ่ายค้านเล็งขยี้ซักฟอก มั่นใจ “ไชยชนก” แจงได้

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 ส.ค.2569 ที่เมืองแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ออสเตรเลียถึงการเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าโครงการ TH-AI Passport วันแรกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เช็กข้อมูลเนื่องจากเวลาไทยช้ากว่าออสเตรเลีย แต่ยืนยันว่าเป็นโครงการที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและให้คนทุกคนเข้าถึง AI ได้โดยที่ไม่ต้องติดข้อจำกัดต่างๆ เราไม่ต้องไปคิดถึงส่วนอื่นๆ

“ผมถามรัฐมนตรีไชยชนก อะไรคือประโยชน์สูงสุดที่ได้จาก TH-AI Passport เขาบอกคือการเข้าถึงแอปพลิเคชั่น และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีความเสถียร ถ้าไม่จ่าย ไม่สมัคร ลองเข้าไปแอปเอไอต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปฟรี ครั้งแรกจะเร็ว แล้วก็จะค่อยๆ ช้าลง และจะเริ่มมีโฆษณา เริ่มมีข้อจำกัดต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

ซึ่งโครงการของ TH-AI Passport เป็นหน่วยงานในกระทรวงดีอีได้มาขอให้เขาได้ให้การสนับสนุน ไม่ใช่โครงการที่รัฐมนตรีไชยชนกคิดขึ้นมาแต่แรก มีมาจากรัฐบาลชุดเก่าอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลชุดนี้นำขึ้นมาปัดฝุ่น แล้วทำให้มันเกิดเป็นรูปธรรม มีการยกระดับเพิ่มขึ้นมา เพิ่มแพลตฟอร์ม เพิ่มช่องทางแอปพลิเคชันเข้ามา“ นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วช้ากว่ากำหนด เดิมจะเริ่มในช่วงกลางเดือน ก.ค. ซึ่งตนได้มีการสอบถามถึงสาเหตุความล่าช้า พบว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์จึงต้องทำให้มีความชัดเจน ไปขอเจรจากับทางผู้ประกอบการใหม่ขอมีการแก้ไขสัญญาเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เข้ามา และให้สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบ จึงดำเนินการได้ทำให้ช้าไปกว่ากำหนด ซึ่งตนถือว่าเสียโอกาสไปพอสมควร

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความคุ้มค่าของโครงการ ต้องรอดูผลสัมฤทธิ์ของโครงการใช่หรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ผลสัมฤทธิ์ของโครงการนี้พรุ่งนี้ก็รู้แล้วว่าคนสนใจเข้ามาลงทะเบียนมากน้อยแค่ไหน แต่ตนคิดว่าคนจะให้ความสนใจลงทะเบียนจำนวนมาก

“ถ้าเป็นโครงการที่ไม่ดี เฮงกะบ๊วย เป็นโครงการที่ไร้ประโยชน์ เอามาตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง ถามว่ามีโครงการนี้ผมจะไปหาเสียงในพรรคผมเพิ่มได้สักกี่คะแนน วันนี้เราต้องการนำมาให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ที่ทำธุรกิจ Startup SME ให้เข้าถึง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใด

เพราะฉะนั้นก็เป็นคำตอบ ถ้าเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ไร้ค่า ไร้คุณค่า การเข้าแอปนี้ก็คงไม่ล้น ผมขอให้คำยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องการเห็นการพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่โลกใบนี้มีอยู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึงประเด็นเรื่อง AI ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงโดยเฉพาะกับภาคแรงงานว่า ในอนาคตหากไม่มีการปรับตัวอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อตลาดแรงงานของไทยได้ นายกฯ กล่าวว่า เราถึงต้อง Upskill ประชาชนของเรา คำว่าแรงงานนี้ไม่ใช่หมายถึงผู้ใช้แรงงาน ใช้กำลังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพนักงาน ลูกจ้างทั่วไป เราก็ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานสมอง หรือแรงงาน

ถ้าเราไม่ไป Upskill, Reskill ประชาชนของเรา สิ่งที่นายทักษิณมีความกังวลก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเรา Upskill ใช้ AI ในการออกแบบ ก็จะช่วยพัฒนาศักยภาพ

นี่คือคำตอบของรัฐบาล ซึ่งตนเชื่อว่า ในวิกฤตมันก็มีโอกาส ถ้าใครมองตอนนั้นว่าคนถล่ม โครงการ AI Passport ของกระทรวงดีอีว่าเป็นปัญหา วันนี้น่าจะเป็นคำตอบว่า ถ้าคนเข้าถึง AI ได้มากเท่าไหร่ โอกาสในการสร้างรายได้ สร้าง อนาคต สร้างศักยภาพของก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอาจจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน ยืนยันว่า รัฐบาลมีความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของโครงการ และพร้อมที่จะชี้แจงต่อสภาหากมีการตั้งข้อสงสัยหรือการตรวจสอบจากฝ่ายค้านในเรื่องนี้ และมั่นใจว่าหากมีการอภิปรายเรื่องนี้จริงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี จะสามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน