‘ผอ. JIC’ ลงพื้นที่ชายแดน ตาควาย–ตาเมือนธม–เนิน 350 ชู ทหารแนวหน้า คนไทยแนวหลังเชื่อมั่นหัวใจนักรบไทย เสียสละ ย้ำปกป้องอธิปไตยอย่างมีสติ ยึดกฎหมาย หลักสากล
วันที่ 20 ส.ค.2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (ผอ. JIC) ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และเนิน 350 เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้เห็นสภาพพื้นที่และการปฏิบัติงานจริง รวมทั้งได้รับฟังข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง คือ ความเข้มแข็ง ความอดทน ความเสียสละ มีวินัย และความเป็นมืออาชีพของกำลังพลทุกนาย เมื่อมาเห็นด้วยตาตัวเอง ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในผู้ปฏิบัติหน้าที่ของเรา ทุกคนรู้หน้าที่ มีสติ มีวินัย และเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังรักษาอยู่ ไม่ใช่เพียงฐานหรือพื้นที่ตรงหน้า แต่คืออธิปไตย ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน
ผอ. JIC ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณปราสาทตาควายว่า ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท โดยกรณีวันที่ 9 สิงหาคม เวลาประมาณ 15.42 น. ซึ่งมีรายงานเสียงระเบิดบริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทตาควาย ฝ่ายไทยรายงานว่าจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากฐานประมาณ 2.4 กิโลเมตร และประเมินทิศทางว่ามาจากฝั่งกัมพูชา

ทั้งนี้ การสื่อสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนจำเป็นต้องยึดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ด่วนสรุปหรือใช้ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและเพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะดำรงความพร้อมและดูแลความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ
ผอ. JIC กล่าวอีกว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้รับทราบความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายเร่งขยายเขตระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ปราสาทตาควาย–เนิน 350 โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2570 ไฟฟ้าถึงแนวหน้า โครงสร้างพื้นฐานนี้คือส่วนหนึ่งของความมั่นคง
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนมีความสำคัญต่อทั้งการปฏิบัติงาน การติดต่อสื่อสาร ความปลอดภัย ตลอดจนคุณภาพชีวิตของกำลังพลในพื้นที่

“ความมั่นคงไม่ได้หมายถึงเรื่องกำลังทหารเพียงอย่างเดียว โครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพก็เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคง การนำไฟฟ้าและระบบสนับสนุนที่จำเป็นเข้ามาถึงพื้นที่ เป็นการบอกผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่า พื้นที่ชายแดนไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกลืม และคนที่ยืนอยู่แนวหน้าไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ผอ.JIC กล่าว
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องการนำกลับไปบอกพี่น้องประชาชนหลังจากได้พบและพูดคุยกับกำลังพลในพื้นที่ คือ ขอให้คนไทยเชื่อมั่นในผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทุกนายมีความมุ่งมั่นและเข้าใจถึงความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศและประชาชนทหารอยู่แนวหน้า คนไทยอยู่ข้างหลัง
“พวกคุณ(ทหาร) ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง ข้างหลังพวกคุณคือครอบครัว คือประชาชน และคือคนไทยทั้งประเทศที่ส่งกำลังใจมาให้”
ผอ. JIC กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยต้องการสันติภาพและไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ขยายตัวไปสู่ความขัดแย้ง แต่การรักษาสันติภาพต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติของฝ่ายไทยจึงต้องมีทั้ง ความพร้อม ความอดกลั้น ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ โดยยึดกฎหมาย ข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง และหลักสากลเป็นกรอบในการดำเนินการ

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และเนิน 350 ครั้งนี้ ทำให้เห็นทั้งความพร้อมของผู้ปฏิบัติหน้าที่และพลังใจที่ส่งถึงกันระหว่างแนวหน้ากับประชาชน ข้างหน้า มีทหารของเรายืนหยัดทำหน้าที่ข้างหลัง มีประชาชนคนไทยคอยสนับสนุนเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือรักษาแผ่นดินของเรา ดูแลประชาชนของเรา และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างมีศักดิ์ศรี มีความรับผิดชอบ และเป็นไปตามหลักสากล
“เราสามารถรักชาติได้โดยไม่สร้างความเกลียดชังเราสามารถเข้มแข็งได้โดยไม่ยั่วยุ และเราสามารถปกป้องอธิปไตยของเราได้โดยยึดมั่นในกฎหมายและหลักสากล”ผอ.JIC กล่าว
