อาสพลธ์ เผย ก.สถ.แฉ โกงสอบท้องถิ่น พบมี 32 ขั้นตอน ยื่น 6 ข้อเสนอ ชงนายกฯ จี้เอาผิดทางกฎหมาย-เรียกค่าเสียหาย มศว อึ้งเส้นเงินพุ่ง 9 พันล้าน พบรวบรวมคนสมัครแทนเป็นพวง เผย มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลประชุมการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ว่า มีผู้แทนเลขาธิการป.ป.ช. ผู้แทนเลขาธิการป.ป.ท.และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ในฐานะเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริง
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและตรวจสอบใน 3 ห้วงเวลา คือ 1.ช่วงก่อนการสอบ 2.ระหว่างการสอบ และ3.หลังการสอบรวม 32 ขั้นตอน จึงได้ทำข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี 6 ข้อ ประกอบด้วย
1.ให้กระทรวงมหาดไทย และสถ. ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตอย่างเฉียบขาดทั้งทางอาญา แพ่ง และทางปกครอง พร้อมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเนื่องจากยังไม่ครอบคลุมการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
และให้ สถ.จัดประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.สถ.)ใหม่ โดยนำข้อมูลที่ถูกต้องเข้าสู่การประชุมเพื่อรับรอง และแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านให้ถูกต้อง และให้ สถ.ในฐานะคู่สัญญาดำเนินการตามกฎหมายเรียกร้องค่าเสียหายจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว)
2.ให้ สถ.พัฒนาปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลท้องถิ่น และให้พิจารณาว่าในอนาคตสมควรมอบหมาย ก.สถ. เป็นผู้จัดสอบแข่งขันคัดเลือกต่อไปหรือไม่ หรือสมควรยุบหน่วยงานดังกล่าว เนื่องจากการจัดสอบปี 2568 ก.สถ.ดำเนินการผิดพลาดอย่างร้ายแรง มีการทุจริตทั้ง 32 ขั้นตอน ทำให้เสียความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเสนอว่าหากยังทำหน้าที่อย่างนี้ต่อไปควรสมควรยุบหน่วยงานนี้ทิ้ง
3.ให้สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นหน่วยงานหลัก จัดทำฐานข้อมูลผู้กระทำการทุจริตการสอบ เพื่อให้ปรากฎชื่อในฐานทะเบียนกลาง หากในอนาคตไปสอบในหน่วยงานใดหรือรัฐวิสาหกิจใด จะปรากฏชื่อบุคคลเหล่านี้ ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถรับราชการได้อีกตลอดชีวิต
4.ให้ ป.ป.ท. สตง.-ป.ป.ง.- บูรณาการขยายผลการสืบสวนเบื้องต้นเนื่องจากพบเครือข่ายกระทำความผิดหลายเครือข่าย และเป็นการสนับสนุนการสอบของป.ป.ช.
“ในการสอบแข่งขัน มีการไปรวบรวมรายชื่อผู้สมัครเป็นพวงๆ ประมาณ 100 พวง 1 พวงอาจมี 100-200 คน แล้วแต่จำนวนไม่เท่ากัน เป็นกลุ่มที่เข้าข่ายการทุจริต มีการมอบหมายให้สมัครแทนกันประมาณ 100 พวง มีการจ่ายเงินค่าสมัครแทนกันจาก 100 พวง ลดเหลือ 80 พวง วิธีการปกติผู้สมัครต้องไปสมัครเองจ่ายเงินค่าสอบเองผ่านธนาคารกรุงไทย
แต่กรณีนี้คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงพบว่ามีการรวบรวมสมัครสอบร่วมกัน 100 พวง เมื่อสมัครเสร็จนำเงินไปจ่าย รวบรวมไปจ่ายอีก 80 พวง หลังจากนั้น ปปง.พบเส้นเงินระดับหลัก 1 แสนบาท-1 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไปสมัครสอบ และจ่ายเงินอีก 40 ถึง 60 พวง โดยมีกระบวนการเกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการที่ใหญ่” นายอาสพลธ์กล่าว
5.ให้กรมบัญชีกลางจัดทำขอบเขตงาน TOR เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการจัดสอบแข่งขันเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน โดยมี 32 ขั้นตอนเสนอให้นายกฯ เพื่อให้กรมบัญชีกลางนำไปเป็น TOR มาตรฐานในการจัดสอบในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต
6. ให้สำนักงาน ก.พ.-ป.ป.ท.-สตง.-กระทรวงมหาดไทย-และสำนักงาคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมศึกษาจัดทำร่างกฎหมาย กำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ฐานความผิดและโทษของการทุจริตสอบแข่งขัน ในการเข้ารับราชการเพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะวันนี้มีช่องโหว่ของกฎหมายเยอะ
นายอาสพลธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบข้อมูลการร้องเรียนทุจริตสอบท้องถิ่นในปี 2564 ที่ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้จัดสอบและผู้ผ่านสอบในครั้งนั้นเป็นผู้ชักชวนเข้ากระบวนการทุจริตสอบในรอบปี 2568 รวมถึงอดีตนายกเทศมนตรีตำบลควนกาหลง จ.สตูล เป็น ก.สถ. ถูกจับได้คดีเรียกรับผลประโยชน์
ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกรณีเทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.นครราชสีมา ซึ่งสอดคล้องกับการหลบหนีของนายกควนกาหลง ถูกจับที่จ.นครราชสีมา ทำให้ได้ข้อสังเกตว่า TOR เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้นำรูปแบบกระบวนการทุจริตที่แท้จริงมาประกอบการพิจารณา
นายอาสพลธ์กล่าวอีกว่า ส่วน ป.ป.ท. ยังอยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวนเส้นทางการเงินร่วมกับ ปปง.และ สตช. ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่เร่งให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ มีความคืบหน้าจากการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 500 คน พบเส้นเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท เพราะจากการสอบของ ป.ป.ง. พบขบวนการทุจริตว่ามีการรวบรวมผู้สมัครซึ่งเป็นสายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า และเก็บเงินเพิ่มเมื่อมีการประกาศบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น
ป.ป.ช.คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในส่วนการตรวจสอบของ กสถ. ภายในเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้ยังรับพิจารณาคดีย้อนหลังไปถึงการสอบเลื่อนระดับผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564 เป็นคดีพิเศษด้วย
เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบหลังพบเส้นเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท ในคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีความเชื่อโยงเกี่ยวกับนักการเมืองหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ตนได้สอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมว่า ขณะนี้เรื่องถึงระดับไหนแล้ว
ด้านผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่ายังอยู่ที่ระดับ 10 และได้สอบถามเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าจากการสอบหาข้อเท็จจริง ถึงระดับ 11 หรือไม่หรือสูงกว่านั้นหรือไม่ คำตอบคือยังไม่มี
เมื่อถามย้ำว่านอกจากข้าราชการประจำแล้วมีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทางผู้ชี้แจงบอกว่า มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง
ต่อข้อถามว่าป.ป.ช.ได้ชี้แจงหรือไม่ ว่ามีการเชิญบุคคลที่มีชื่อปรากฏตามข่าวไปสอบ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.หมาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้กมธ.ไม่ได้สอบถาม
แต่ขอชี้แจงเพิ่มเติมในกรณี มหาวิทยาลัยบูรพา ออกมาปฏิเสธต่างๆนั้น ทางคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้มีการเชิญมหาวิทยาลัยบูรพาไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่มหาวิทยาลัยบูรพาไม่ไปชี้แจง จึงตั้งเป็นข้อสังเกตเช่นกันเพราะทุกคนไปหมด จึงเป็นที่มาที่มาชี้แจงในที่ประชุม กมธ.ทำให้พบว่ามีการทุจริตการสอบแข่งขันปี 2564 เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่ากมธ.กฎหมายฯ ตั้งข้อสังเกตว่า มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้เกิดการทุจริตในการสอบ แต่สุดท้ายไม่มีการดำเนินการอะไรให้เป็นรูปธรรม นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ กมธ.ได้สอบถามเช่นกัน ถือว่าเป็นความบอกพร่องของกรรมการ ก.สถ.และสถ.ในขณะนั้น ก็ต้องดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกัน รวมถึงบุคคลที่อยู่ในช่วงร่าง TOR ในรายงานระบุว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน