“ยศชนัน” ถกด่วน ผู้ว่าฯ 15 จังหวัด ภาคเหนือ รับมือ อุทกภัย ชู 5 ข้อสั่งการ เปิด War Room ทุกจังหวัด พร้อม ชง 2 แผน ดึง เอกชน-รัฐ ช่วยด่วน

20 ส.ค. 69 – นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่จังหวัดน่านติดตามสถานการณ์อุทกภัย

พร้อมเรียกประชุมด่วน ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ ทั้งหมด เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหม่ โดยสั่งการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ในทุกจังหวัด พร้อมดึงทุกภาคส่วน ร่วมบูรณาการความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่มีหลายจังหวัดในภาคเหนือ เกิดเหุตอุทกภัย และดินโคลนถล่ม เช่น สุโขทัย แม่ฮ่องสอน และ แพร่ รองนายกรัฐมนตรี จึงเรียกประชุมด่วน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ประกอบด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด จากทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

นายยศชนัน กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมว่า ให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้กำหนด 5 ข้อสั่งการด่วน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันของทุกจังหวัดในภาคเหนือ ได้แก่ การตั้งศูนย์บัญชาการ (Single Command War Room) – ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียวในทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อสั่งการและบริหารจัดการสถานการณ์เบ็ดเสร็จ

การเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ – จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัยอื่นๆ ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งานได้ทันที การวางระบบเตือนภัยและแผนอพยพ – เตรียมพร้อมระบบแจ้งเตือนประชาชน และซักซ้อมแผนการเคลื่อนย้ายผู้อพยพในพื้นที่เสี่ยงภัย

การเตรียมกำลังพล – จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ และกำลังคน ให้พร้อมสแตนด์บายปฏิบัติงานตลอดเวลา การรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ – หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ให้รายงานตรงต่อรองนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย และ ปภ.ทันที

นอกจากมาตรการหลักเชิงรับแล้ว ที่ประชุมยังได้ประเมินสถานการณ์ และเตรียมแผนสำรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือ โดยกำหนด 2 แนวทางบริหารจัดการเพิ่มเติม ได้แก่

การประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน – เพื่อระดมทรัพยากร และเสริมกำลังในการเข้าช่วยเหลือประชาชน การบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ – ร้องขอการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้การบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทุกมิติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน