กมธ.งบฯ 70 เห็นชอบแปรงบหมื่นล้านเติม 9 หน่วยงาน เสียงข้างมากตีตกญัตติ ‘ศิริกัญญา’ ขอเติมให้ กยศ. หลังพบความเสี่ยง นิสิต-นักศึกษาหมื่นรายหลุดจากระบบ ‘กรวีร์’ ชี้ปัญหา กยศ. อยู่ที่การค้างชำระเงิน 2 แสนล้าน ขวางเติมเงินเข้ากองทุน
เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ซ2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม
วาระพิจารณารายงานแปรญัตติเพิ่มและการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม วงเงินรวม 38,572 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 เรื่องคือ
1.เห็นชอบการเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จาก 65 หน่วยรับงบประมาณ วงเงิน 37,584 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกผันที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ และค่าใช้จ่ายเพื่อชำระหนี้ จำนวน 11,706 ล้านบาท
รายจ่ายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน จำนวน 2,631 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อพัฒนาหรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ วิจัย สร้างนวัตกรรม ป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จำนวน 23,246 ล้านบาท
2.รับทราบการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาคำขอแปรญัตติงบปี 2570 ของหน่วยงานรัฐสภา หน่วยงานศาล หน่วยานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ รวม 10 หน่วยรับงบประมาณ จำนวน 988 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายที่ต้องทำตามข้อผูกผัน 57 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อพัฒนา แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพัฒนาวิจัย สร้างนวัตกรรม ป้องกัน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จำนวน 930 ล้านบาท
จากนั้น เป็นการเสนอญัตติของกมธ. โดยพบว่านางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. เสนอญัตติวงเงินที่ถูกปรับลด 11,162 ล้านบาท โดยขอแปรเพิ่มทั้งหมดให้กับ 9 หน่วยงาน อาทิ งบกลาง เพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน จำนวน 6,044 ล้านบาท
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 148 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นค่าวัสดุการศึกษา จำนวน 96 ล้านบาท สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จำนวน 4.2 ล้านบาทเป็นต้น
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. เสนอญัตติให้แปรเพิ่มส่วนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) จำนวน 6,000 ล้านบาท และกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จำนวน 5,162 ล้านบาท เนื่องจากพบว่าปัจจุบันมีผู้กู้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ รวม 7.06 แสนคน
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2570 ได้รับงบรวม 9,000 ล้านบาท เชื่อว่าไม่พอที่จะจัดสรรให้ผู้กู้รายเดิม และอาจมีนิสิต นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนต่อ ต้องหลุดจากระบบ หลายหมื่นราย แม้หน่วยงานจะเร่งรัดให้ชำระหนี้เพิ่ม โดยปี 2568 ตั้งเป้าได้รับชำระหนี้ 2.7 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ตั้งเป้าทำให้ได้ 20% คิดเป็นเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท หากทำไม่สำเร็จ จะทำให้นิสิต นักศึกษาเสียโอกาสรับเงินกู้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายของกมธ.ส่วนใหญ่สนับสนุนคำแปรญัตติของนางนันทนา และเห็นด้วยกับการแปรญัตติเพิ่มให้กับกองทุน กยศ.
ทั้งนี้ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. อภิปรายว่า กองทุน กยศ. ได้รับการเพิ่มงบในปี 2570 รวมเป็นจำนวนเกือบ 9,000 ล้านบาท สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ปัญหาของ กยศ. ปัจจุบันพบว่ามียอดเงินต้นครบชำระกว่า 2.2 แสนล้านบาท และมียอดค้างชำระสะสม 1.1 แสนล้านบาท หากเพิ่มประสิทธิภาพการชำระหนี้ได้ จะทำให้กองทุนมีเงินมาเติม 2.2 แสนล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณให้
“ปัญหาของกยศ. ไม่ใช่ไม่มีเงิน เพราะมีทรัพยากรเพียงพอ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการกองทุน ดังนั้น หากเพิ่มประสิทธิภาพ หรืออุดรูรั่วได้ เชื่อว่าปัญหาจะลดลง ลดการอุดหนุนจากเงินงบประมาณ และลดภาระให้กับรัฐบาลได้” นายกรวีร์ กล่าว
ขณะที่นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. อภิปรายท้วงติงที่จะนำเงินไปลงที่งบกลาง เนื่องจากงบกลางมีอยู่แล้วเกือบแสนล้าน ขณะที่งบของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ฯ ที่นางนันทนา เสนอที่ให้แปรเพิ่ม 4,000 ล้านบาท กมธ.เห็นว่าดีกันหมด แต่ทำไมไม่ให้เพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นงบตกรอบที่จะแปรญัตติให้หน่วยงานต่างๆ หลายคนกลัวเรื่องมาตรา 144 ว่าใครจะได้ประโยชน์หากจะไปแปรญัตติให้ ดังนั้น จึงขอให้คิดให้ดี
จากนั้น ที่ประชุมลงมติพบว่ามติที่ประชุม 37 เสียง เห็นด้วยกับญัตติของนางนันทนา ส่วนญัตติของน.ส.ศิริกัญญา มีผู้เห็นด้วยเพียง 15 คน งดออกเสียง 1