“พริษฐ์” เปิดข้อมูล สายโทร ‘รัตนา’ โยง 19 สว. 62 ครั้งใน 80 วัน จี้ ‘ชลัฐ’ แจงปมประสานงาน สว. สีน้ำเงิน ถาม เคยไปพูลแมน หลังเลือก สว. หรือไม่
25 สิงหาคม 2569 – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข้อมูลประเภทหนึ่งที่ตนได้รับ และเชื่อว่า อยู่ในสำนวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดีโกง สว.
คือ ข้อมูลประวัติการโทรของผู้ถูกกล่าวหา วันก่อน ไอลอว์ เปิดข้อมูลบางส่วน เกี่ยวกับการโทรหากัน ระหว่าง สว. อ่างทอง กับ สส.พรรคภูมิใจไทย จากอ่างทอง
นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้ ตนขอเปิดข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการโทรของบุคคลปริศนาคนหนึ่ง ที่มีการโทรคุยกับ สว. มากถึง 19 คน รวมกันมากถึง 62 ครั้ง ภายในห้วงเวลาแค่ 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก สว.
และการเริ่มปฎิบัติหน้าที่ของ สว. ในระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน- 9 กันยายน 2567 โดยบุคคลคนนี้มีชื่อว่า น.ส.รัตนา บ่อถ้ำ และเป็น 1 ใน 229 คน ที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 สรุปว่า มีมูลความผิดในคดีโกง สว.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า จากข้อมูลประวัติการโทร ที่ตนได้รับมา และได้ตรวจสอบเบื้องต้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
มีการโทรหา นายจำลอง อนันตสุข สว.กลุ่ม 18 จาก จ.สุพรรณบุรี 9 ครั้ง นายอัครวินท์ ขำขุด สว.กลุ่ม 11 จาก จ.ชัยนาท 9 ครั้ง นายโชคชัย กิตติธเนศวร สว.กลุ่ม 19 จาก จ.นครนายก 5 ครั้ง นายอลงกต วรกี สว. กลุ่ม 20 จาก จ.อุทัยธานี 4 ครั้ง น.ส.สุมิตรา จารุกำเนิดกนก สว.กลุ่ม 9 จาก จ.บึงกาฬ 4 ครั้ง
นาย สวัสดิ์ ทัศนา สว. กลุ่ม 1 จาก จ.สุโขทัย 4 ครั้ง นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ สว. กลุ่ม 15 จาก จ.สุรินทร์ 3 ครั้ง นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. กลุ่ม 11 จาก จ.หนองบัวลำภู 3 ครั้ง นายสุเทพ สังข์วิเศษ สว. กลุ่ม 3 จากจ.อ่างทอง 3 ครั้ง
นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. กลุ่ม 4 จาก จ.บุรีรัมย์ 3 ครั้ง น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว. กลุ่ม 6 จาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3 ครั้ง นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. กลุ่ม 16 จาก จ.เชียงใหม่ 2 ครั้ง นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ สว. กลุ่ม 20 จาก จ.พัทลุง 2 ครั้ง
นายยุทธนา ไทยภักดี สว. กลุ่ม 20 จาก จ.สมุทรสงคราม 2 ครั้ง นายสุทนต์ กล้าการขาย สว. กลุ่ม 18 จาก จ.อุทัยธานี 2 ครั้ง นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ สว.กลุ่ม 16 จาก จ. สงขลา 1 ครั้ง นายปราณีต เกรัมย์ สว.กลุ่ม 16 จาก จ. บุรีรัมย์ 1 ครั้ง นายสิทธิกร ธงยศ สว. กลุ่ม 19 จาก จ.นครพนม 1 ครั้ง และนายพละวัต ตันศิริ สว. กลุ่ม 12 จาก จ.เชียงราย 1 ครั้ง
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า ด้วยปริมาณ ความถี่ และจังหวะเวลาในการโทร หลายคนคงอดคิดไม่ได้ว่าน.ส.รัตนา น่าจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ประสานงานกับ สว. สีน้ำเงิน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่การประชุมวุฒิสภานัดแรกวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ในเมื่อน.ส.รัตนา ไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะ เราอาจจะติดต่อเพื่อหาคำตอบเรื่องนี้จากน.ส.รัตนาโดยตรงได้ไม่ง่ายนัก
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า คนที่เป็นบุคคลสาธารณะที่เราน่าจะติดต่อได้ และที่น่าจะตอบเรื่องนี้ได้แน่นอน คือนายชลัฐ รัชกิจประการ สส. บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
เนื่องจากจากข้อมูลของ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่า น.ส.รัตนา ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ นายชลัฐ ในช่วงปี 2566-2568 ซึ่งคาบเกี่ยวกับการเลือก สว. ในปี 2567
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในเมื่อสัปดาห์นี้ สภากำลังจะเปิดสมัยประชุม และ สส. ทุกคนจะต้องกลับมาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ตนหวังว่าจะได้ยินคำตอบชัดๆ จาก นายชลัฐ ต่อสาธารณะในคำถามดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย
คือ 1. ในช่วงปี 2566-2568 น.ส.รัตนา ช่วยงานนายชลัฐ หรืองานพรรคภูมิใจไทย ในด้านไหน ตอนนี้น.ส.รัตนา ยังช่วยงานนายชลัฐ หรือพรรคภูมิใจไทย อยู่หรือไม่
2. เหตุใดน.ส.รัตนา จึงได้มีการโทรคุยกับ สว. จำนวนมาก เป็นจำนวนหลายครั้ง ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2567
3. จริงหรือไม่ว่าน.ส.รัตนาถูกมอบหมายให้เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานกับ สว. ที่ได้รับเลือก รวมถึงการนัดหมายมาประชุมร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ ในช่วงที่ สว. เริ่มปฏิบัติหน้าที่
4.จริงหรือไม่ว่านายชลัฐ เคยไปร่วมประชุมกับ สว.จำนวนมาก ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ หลังจากการเลือก สว. เสร็จสิ้นลง
5. หากจริงนายชลัฐ ได้ไปร่วมประชุมในนามส่วนตัว หรือในนามกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย วันนั้นมีผู้บริหารพรรค หรือ สส. พรรคภูมิใจไทยคนอื่นไปร่วมด้วยหรือไม่
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสน ที่เกิดขึ้นจากคำให้สัมภาษณ์ของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เมื่อวันก่อน ตนขอทิ้งท้ายด้วยการทบทวนข้อความจาก พ.ร.ป. การเลือก สว. มาตรา 62 วรรคหนึ่ง และมาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่า คนที่ กกต. สั่งฟ้องไปศาลได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะคนที่เป็น สว. หรือ ผู้สมัคร สว.
โดยมาตรา 62 วรรคหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการเลือกตามมาตรา 42 วรรคสอง แล้วถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร หรือผู้ใดกระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ให้คณะกรรมการ ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า มาตรา 76 วรรคหนึ่ง กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผู้ใดกระทําการโดยวิธีใดๆ
อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใด ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทําให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น