ป.ป.ช. แถลงชี้มูล 3 คดี เจ้าหน้าที่รัฐ ออกโฉนดป่าโดยมิชอบ เขาค้อ-ปากช่อง รวม 12 แปลงกว่า 69 ไร่ จ่อขอศาลเพิกถอน พร้อมฟันวินัย-อาญา
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก
และชี้มูลความผิดอาญาผู้สนับสนุน 2 ราย ได้แก่ นายศรายุทธ กวยทา อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.เพชรบูรณ์ และนายบพิตร อมราภิบาล อดีตปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ กรณีร่วมกันเดินสำรวจและออกโฉนดที่ดินบนภูเขาในเขตป่าสงวนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดิน ประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอในจ.เพชรบูรณ์ รวมทั้งตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ โดยกรมที่ดินได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์เดินสำรวจฯ เข้าไปปฏิบัติงาน แต่กลับพบความผิดปกติในการเข้าสำรวจรังวัดที่ดินในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลแคมป์สน รวม 9 แปลง เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2554
จากการไต่สวนข้อเท็จจริงเชิงลึกพบว่า นายศรายุทธ ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินและเจ้าของที่ดินเดิม ได้ติดต่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจ และนำชี้แนวเขตที่ดินของตนเอง 1 แปลง รวมถึงที่ดินที่ตนแบ่งขายให้บุคคลใกล้ชิดอีก 6 แปลง พร้อมจัดแจงเอกสารให้ผู้ขอออกโฉนดลงชื่อในใบไต่สวน
ขณะที่อีก 2 แปลง มีนายบพิตร อมราภิบาล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นกรรมการกำหนดพื้นที่เดินสำรวจฯ เป็นผู้นำรังวัดด้วยตนเองในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากบุตรชายและผู้ขอออกโฉนดอีกราย
พฤติการณ์ของกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ นายช่างรังวัดและเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิ ได้ร่วมกันจัดทำเอกสารใบไต่สวน (น.ส. 5) เท็จ โดยรับรองว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ที่ภูเขา ที่สงวนหวงห้าม หรือที่สาธารณประโยชน์ ทั้งที่สภาพที่ดินจริงตั้งอยู่บนภูเขาและมีความลาดชันชัดเจน
จากนั้นได้ส่งเรื่องเสนอตามลำดับชั้น กระทั่งวันที่ 12 ก.ย.2554 นายเอนก เหลืองทองคำ ได้ลงนามอนุมัติออกโฉนดที่ดินทั้ง 9 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 9 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา ให้แก่กลุ่มบุคคลดังกล่าว
ผลการตรวจสอบร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า พื้นที่ทั้ง 9 แปลง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กันออกจากป่าไม้ “ป่าหมายเลข 22” (เดิมจัดสรรเป็นนิคมสร้างตนเองชาวเขา) ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่โครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อถึงลุ่มน้ำชุน
อีกทั้งยังเป็นเขตหวงห้ามตามประกาศกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2523 และมีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2528 จึงต้องห้ามออกโฉนดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบและสร้างความเสียหายต่อรัฐ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงและดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 83 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ แก่นายเอนก เหลืองทองคำ, นางกัญจนา ดีอุดม, นายสุพรรณ รสจันทร์ และนางสาธิตา ผจญทรพรรค (หรือจันทร์รัตน์)
ส่วนนายสมควร เพิ่มกสิวิทย์ ผู้กำกับการรังวัด ได้เสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่นายศรายุทธ กวยทา และนายบพิตร อมราภิบาล มีมูลความผิดอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ ตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 สำหรับผู้ปกครองท้องที่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง และยกข้อกล่าวหาผู้ขอออกโฉนดรายอื่นเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนและรายงานการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 9 แปลง พร้อมทั้งส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัย นอกจากนี้ ยังได้แจ้งผลการพิจารณาไปยังกรมที่ดินเพื่อเพิกถอนโฉนดตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และส่งเรื่องให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ป่าต่อไป
ส่วนคดีต่อมา เป็นกรณี ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิสูจน์ จันทพัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก พร้อมพวก กรณีร่วมกันออกโฉนดที่ดินบนภูเขาในพื้นที่หมู่ 7 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ ให้แก่วัดพระธาตุผาแก้ว (วัดผาซ่อนแก้ว) จำนวน 2 แปลง (โฉนดที่ดินเลขที่ 8619 และ 8620) เนื้อที่รวม 17 ไร่ 2 งาน 51 ตารางวา โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
พฤติการณ์ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่เดินสำรวจรังวัดและสอบสวนสิทธิชุดเดียวกัน ได้จัดทำใบไต่สวน (น.ส. 5) เท็จ รับรองว่าที่ดินไม่เป็นภูเขาหรือที่หวงห้าม ก่อนส่งเรื่องต่อให้สำนักงานที่ดิน จ.เพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก
กระทั่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2554 นายพิสูจน์ ได้ลงนามออกโฉนดที่ดินให้แก่วัดพระธาตุผาแก้ว (วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว) ทั้งที่สภาพพื้นที่เป็นภูเขา มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ในพื้นที่กันออกจากป่าไม้ “ป่าหมายเลข 22” ภายใต้โครงการฟื้นฟูฯ ลุ่มน้ำก้อถึงลุ่มน้ำชุนเช่นเดียวกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายพิสูจน์ จันทพัฒน์, นายธนานนท์ ศรนารา (หัวหน้าฝ่ายทะเบียนฯ ขณะนั้น), นายเอนก เหลืองทองคำ, นางกัญจนา ดีอุดม, นายสุพรรณ รสจันทร์ และนางสาธิตา ผจญทรพรรค (หรือจันทร์รัตน์)
ขณะที่ผู้ปกครองท้องที่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง และยกข้อกล่าวหาผู้ขอออกโฉนดที่ดิน พร้อมส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีและขอให้ศาลสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลง รวมถึงแจ้งกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอน
คดีสุดท้าย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายอรุณ สหธรรมปกรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 7 ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดนครราชสีมา กับพวก กรณีร่วมกันออกโฉนดที่ดินเลขที่ 53501 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื้อที่กว่า 41 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา ให้แก่นายแหวน พุทธิศา โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการไต่สวนพบว่า มีการนำหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 115 จากตำแหน่งอื่นและเคยนำไปออกเอกสารสิทธิไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 มาสวมสิทธิขอออกโฉนด ทั้งยังพบว่าที่ดินจริงไม่ได้อยู่ตามทำเลที่ระบุไว้ใน ส.ค.1 และมีการรังวัดเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 30 ไร่ กลายเป็น 41 ไร่เศษ (เพิ่มขึ้นกว่า 11 ไร่เศษ) จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2549 นายอรุณ ได้ลงนามออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว
ผลการตรวจสอบของกรมป่าไม้และภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังยืนยันตรงกันว่า ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าโครงการรถไฟมวกเหล็ก” ตามมติ ครม. ปี 2506 และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน อีกทั้งไม่เคยมีร่องรอยการทำประโยชน์มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ถือเป็นที่ดินต้องห้ามออกโฉนดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537)
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 83 และวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายอรุณ สหธรรมปกรณ์, นางศนิตา บุญญารักษ์สกุล (หรือสลิฏา จำปีกาง/ทุมลา), นายเฉลิมชัย บุญญารักษ์สกุล (หรือจำปีกาง), นางจุรีรัตน์ หรือศจีภัทร สุภารัตนพงศ์ และนางสุพร ชูตระกูล
พร้อมชี้มูลความผิด นายหรรษวัฒน์ อิ่มจันทึก กำนันตำบลขนงพระ ฐานเป็นผู้สนับสนุนและมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงชี้มูลอาญานายแหวน พุทธิศา (หรือเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา) ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ โดยได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีและขอให้ศาลสั่งเพิกถอนโฉนดแปลงดังกล่าวเช่นกัน
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ระบุว่าการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด