สว.วุฒิพงศ์ เหน็บเอกสารเงินกู้ 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน มีแค่หน้าเดียว ไม่มีรายละเอียด ฉะจำเป็นอย่างไรถึงวันนี้ยังไม่เริ่มเลย อย่าลืมดอกเบี้ยต่อปี 2 แสนกว่าล้าน อย่าให้ต้องใช้หนี้ชั่วลูกชั่วหลาน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการะชุม พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 11.00 น. นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. อภิปรายว่า 2 แสนล้านบาทก้อนแรก ไม่มีปัญหา แต่ 2 แสนล้านบาทหลัง น่าเป็นห่วง เพราะมีความย้อนแย้งในวัตถุประสงค์กู้เงิน เราแก้ปัญหาถูกทิศถูกทางถูกจุดหรือไม่ เพราะขณะะนี้เรามีหนี้สาธารณะกว่า 60% อีกไม่เท่าไหร่ก็ 70%เต็มเพดานแล้ว และต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งต้องหักจากงบประมาณในแต่ละปี
เรื่องนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนปกติไปขอกู้ธนาคาร ถ้ามีหนี้สะสมเยอะขนาดนี้ ท่าทางเราคงไม่มีปัญญาใช้หนี้คืน จะมีคนให้ท่านกู้หรือไม่ ท่านก็อาศัยกู้ในประเทศ ซึ่งการกู้ในประเทศมี 2 มุมอีกว่า ถ้ารัฐบาลกู้ไปหมดแล้ว ตอนนี้เอสเอ็มอีจะหาเงินกู้ก็ยากลำบาก เหมือนซ้ำเติมเศรษฐกิจเข้าไปใหญ่
วันนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมีปัญหาหมดเพราะไปขอกู้เงินธนาคารธนาคารก็ไม่ปล่อยกู้ ดังนั้นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ต้องหาทางออกในเรื่องนี้ด้วย
นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า กู้ทั้งหมด 4 แสนล้านบาท รัฐบาลมีรายละเอียดเป็นเอกสาร เพียงหนึ่งแผ่น ที่เหลือเป็นกฎหมาย 4 แผ่นรวมทั้งหมด 5 แผ่น เงิน2 แสนล้านบาทหลัง มีรายละเอียดประมาณ 5-6 บรรทัด ตกเฉลี่ยบรรทัดละเป็นหมื่นล้านบาท
นี่คือปัญหาที่แท้จริงว่ารายละเอียดอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้โครงสร้างพลังงานสะอาดจะเอาสะอาดแบบไหน จะเอาพลังงานโซล่าหรือพลังงานไฮโดเจน นิวเคลียร์หรือจะเอาพลังงานน้ำก็ให้ชัดเจนว่าเอาที่ไหนอย่างไร
นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ในเวลานั้น มีความจำเป็นที่จะออกพ.ร.บ.เพราะจำเป็นทั้งเศรษฐกิจ การสร้างความยั่งยืนในการพึ่งพาตัวเอง แต่ผ่านมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉบับนี้รัฐบาลใช้เงินได้เลย ไม่ต้องผ่านสภาฯ เพราะถือว่ามีคุณภาพเรียบร้อยแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้เริ่มเลยที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องของพลังงาน
จึงขอฝากไว้ด้วยว่าเรื่องพลังงาน จำเป็นต้องปฏิรูป และมีความหวังที่จะทำให้พวกเราได้พลังงานในรูปแบบที่ดี ความมั่นคงทางพลังงานของชาติจะต้องไม่ถูกแลกมาด้วยความล้มละลายทางวินัยการเงินการคลังของประเทศ อย่าให้เราต้องใช้หนี้ชั่วลูกชั่วหลาน อย่าลืมว่าดอกเบี้ยต่อปี 2 แสนกว่าล้านบาท จึงคาดหวังว่ากระทรวงการคลังจะบริหารเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี