นายกฯ เวิร์กช็อประดมความเห็นพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ ย้ำแก้ปัญหาประชาชน ให้ตรงจุดครอบคลุมระยะเร่งด่วน-ระยะยาว
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 31 ส.ค. 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)
โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และตัวแทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเป็นต้น
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มาร่วมประชุมกับทุกท่านมารับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์กช็อป ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการประชุมครม.สัญจรนอกสถานที่ครั้งแรก

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ในการประชุมครม. สัญจร โดยภาคส่วนสะท้อนความคิดเห็น อุปสรรคปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา และนำมาเสนอในที่ประชุม
สิ่งสำคัญคือ การทำงานจะต้องแก้ปัญหาของประชาชน และสอดคล้องกับศักยภาพ รวมถึงความต้องการของแต่ละพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้การนำเสนอ และการหารือในวันนี้มุ่งเน้นเฉพาะจุดลงไปโดยตรงถึงปัญหาที่ชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริง และพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายครอบคลุมทั้งมาตรการระยะเร่งด่วน และรากฐานการพัฒนาในระยะยาว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาข้อเสนอจากพื้นที่อย่างรอบด้าน เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้ ขอให้ดำเนินการเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกันลดข้อจำกัด และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนให้ชัดเจน เพื่อให้ข้อเสนอในพื้นที่นำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลกับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้จากการหารือในช่วงบ่ายวันนี้ รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณา และดำเนินการในการประชุมครม.สัญจร ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ที่ จ.สงขลา เพื่อนำปัญหา และความต้องการในพื้นที่เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลและผลักดันสิ่งที่มีความพร้อมให้เดินหน้าต่อไปได้