สาทิตย์ เผย ฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ทั้งลงมติ-ไม่ลงมติ ปลายสมัยประชุมนี้ ซัดรัฐบาล ทำแต่คอนเทนต์ แจกแต่เงิน บริหารงานไม่ได้ สวน ‘อนุทิน’ ไม่ต้องทอดสะพาน ปชป. ไม่รับ

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 09.15 น.ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าย) กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายรัฐบาลว่า พรรคฝ่ายค้านตัดสินใจจะยื่นทั้ง 2 อย่าง ทั้งอภิปรายทั่วไปมาตรา 152 และอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตาม มาตรา 151

แม้รัฐบาลจะบริหารประเทศมาเพียง 4-5 เดือน แต่ปัญหาก็ยังรุมเร้า คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่นายกรัฐมนตรีไม่เคยพูด โยนให้รมว.คลัง โดยเฉพาะเศรษฐกิจไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน ในภาวะการคลังวิกฤต รัฐบาลพูดแต่การแจกเงินให้ประชาชนซึ่งเป็นปัญหาอยู่

แต่การทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น นายกฯ ยังสับสนในเรื่องการทำนโยบาย และบางเรื่องยังมีความขัดแย้งกันอยู่ เช่น ดาต้าเซนเตอร์ อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องสังคมและความมั่นคงก็เป็นปัญหามาก เป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเรื่องใหญ่ที่สุดคือการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งหน่วยงานหรือยุบหน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน

“ฉะนั้น ในหลายเรื่องเหล่านี้ เราจะนำส่วนหนึ่งไปอภิปรายโดยไม่ลงมติก่อน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ นายกฯ กับรัฐบาลจะบริหารงานตามคอนเทนต์ เป่าแซกโซโฟน ทำท่าตีวอลเลย์บอล ไปวันๆ ไม่ได้ เพราะปัญหาบ้านเมืองไปลึกมาก และชาวบ้านเดือดร้อนมาก ดังนั้น แก้ปัญหาด้วยคอนเทนต์ทางโซเชียลฯ ไม่ได้ แต่ต้องเอามาพูดอย่างจริงจังว่าปัญหาบ้านเมืองในเวลานี้อยู่ตรงจุดไหน แล้วจะเดินต่อไปให้บ้านเมืองรอดได้อย่างไร” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านเก็บรวบรวมข้อมูลเอาไว้ที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่ผู้นำฝ่ายค้านได้แจ้งไว้ โดยในสัปดาห์นี้ฝ่ายค้านจะคุยถึงแนวทางในการยื่นชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

และจากการพูดคุยเบื้องต้นเข้าใจว่า จะยื่นอภิปรายทั่วไปก่อนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และช่วงนี้มีเรื่องใหญ่เยอะ โดยในวันที่ 7-9 ก.ย. อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระ 2 และ 3 และในวันที่ 14 ก.ย. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีวาระสำคัญในคดีฮั้วสว.ที่ฝ่ายค้านจับมือกันทำงาน หากผลเป็นอย่างไรก็ยังไม่จบ ฝ่ายค้านต้องเดินหน้าต่อ

นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือน ก.ย. ถือว่ามีเรื่องใหญ่เยอะแล้ว ดังนั้น การยื่นซักฟอกอาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค. หรือ พ.ย. และยังมีเดือน ธ.ค. อีกครึ่งเดือน ซึ่งเป็นช่วง 70 วันที่ต้องเลือกวันในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ตามหลักเสียงของฝ่ายค้านไม่สามารถล้มรัฐบาลในสภาได้อยู่แล้ว แต่ที่สำคัญรัฐบาลชุดนี้จุดอ่อนเยอะ แผลเยอะ การทำงานก็ไม่มีความชัดเจนแน่นอน เพราะทุกวันนี้อาศัยการทำคอนเทนต์สร้างกระแสไปวันๆ ใช้อินฟลูเอ็นเซอร์เข้ามาช่วย กับหาทางลดแลกแจกแถม

แต่พอถึงปัญหาวิกฤตการคลังทำไม่ได้ ไปไม่ออก ก็ใช้วิธีรำอย่างที่เห็น จึงต้องใช้ความจริงมาพูดกัน เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความจริงและผลลัพธ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หากถูกเปิดปมความจริงและไม่สามารถชี้แจงได้ก็ยาก” นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ชวนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาทานข้าวกับนายกฯ อร่อยกว่าไปกินที่โรงแรมพูลแมนแน่นอน เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นการทอดสะพานได้ แต่ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่รับสะพานอะไรทั้งนั้นที่จะไปร่วมเป็นรัฐบาล

ย้ำว่าบ้านเมืองตอนนี้จำเป็นต้องมีฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ หากมีรัฐบาลเสียงข้างมากทำงานกันแบบรำไปมา ไม่ได้เข้าถึงประเด็นปัญหาที่แท้จริง และไม่มีผลงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมที่มากกว่าการกู้เงินมาแจก

“ถึงเวลาที่ต้องมีฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ และยืนยันที่จะทำงานอย่างจริงจัง ไม่มีค้านแล้วรอไปร่วมรัฐบาล”นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าหากเป็นสนามเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีโอกาสหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า สนามเลือกตั้งครั้งหน้าไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่ เที่ยวนี้พรรคประชาธิปัตย์มีแค่ 21 เสียง หากเที่ยวหน้ามีสส.มากกว่านี้ ตอนนั้นก็ค่อยมาดูว่าจะเดินไปในทิศทางอย่างไร การเลือกตั้งครั้งหน้ายังอยู่อีกไกล และมีสูตรสมการทางการเมืองเกิดใหม่ขึ้นเยอะ แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องนับฟ้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน