บิ๊กดุลย์ ปลุก กลาโหม ตื่นตัวภัย AI เสิร์ช ChatGpt รู้กำลังรบกองทัพไทย เช็กจำนวน รถถัง-ปืน ใช้โดรน FPV สแกนใบหน้า รองผบ.ทบ.หรือทะเบียนรถรมว.กห. ส่งสวอร์มบอมบ์โจมตี
เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธาน เปิดโครงการความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เสริมพัฒนาศักยภาพกําลังพลด้านปัญญาประดิษฐ์ว่า ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีส่วนในการเปลี่ยนแปลง ทั้งการทำงานไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ
สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล นำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ ขณะเดียวกัน ก็เป็นความท้าทายและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือโมเดล AI ขณะนี้สามารถสืบค้นข้อมูลความมั่นคงของไทยได้อย่างละเอียด
“อยากรู้ว่าขีดความสามารถกำลังรบไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ใครดีกว่ากัน เสิร์ช ChatGpt รู้แม้กระทั่งรถถังเรายี่ห้ออะไร มีกี่คัน ใช้ปืนอะไร ผมว่าต่อไปคงรู้ว่าพังกี่คัน สถาบันการศึกษาจึงต้องช่วยกันพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับโลกในอนาคต ทุกคนต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ต้องระวัง พวกเราที่มีลูก ลูกเราไม่เรียนหนังสือแล้ว ลูกผมก็ด้วย รอให้ครูสั่งการบ้านแล้วมาถาม ChatGpt อันนี้น่าห่วงมาก” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า การรับมือภัยคุกคามดังกล่าวร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมทางไซเบอร์ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กำลังพลรับมือภัยคุกคาม ต้องตระหนักการใช้ AI อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทัน โดยวิเคราะห์และไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
ในฐานะหน่วยงานความมั่นคง ต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างดีที่สุด เนื่องจากข้อมูลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลขององค์กร และข้อมูลสำคัญของประเทศ ใครได้ข้อมูลไปคนนั้นครองโลก
พร้อมย้ำว่า ต้องมีภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล คิดก่อนจะคลิกลิงก์ใดๆ ไตร่ตรองก่อนจะแชร์ข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่คนเชื่อความเห็น มากกว่าข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม และกฎหมาย
“หากกำลังพลใช้ AI เป็น ใช้โดรนเป็น และนำไปสังหารบุคคลที่เป็นศัตรู ย่อมสร้างความกังวลต่อสังคม หรือหากใช้โดรน FPV สแกนใบหน้า พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รอง ผบ.ทบ. เพื่อล็อกเป้าโจมตี โดรน FPV จะไล่แต่รอง ผบ.ทบ.ไม่สนใจคนอื่น หรือสแกนทะเบียนรถของผม แล้วใช้ฝูงโดรนโจมตี (Swarm Drones) ย่อมนำไปสู่การสูญเสียได้ไม่ยาก” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
รมว.กลาโหม กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันการสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพและทหารไทยยังมีอยู่สูง แต่ศรัทธาเหล่านี้อยู่ได้ไม่นาน ท่ามกลางความรวดเร็วในการสื่อสารยุคปัจจุบัน ในวันข้างหน้า หากมีกำลังพลที่กระทำความชั่ว ก็จะพาให้ทหารทุกคนเสียไปด้วยกันทั้งหมด รวมถึงยังมีบางองค์กรที่จ้องจะทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพด้วย
ทั้งนี้ แม้เทคโนโลยีจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้ เพราะจะทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่เข้าใจ หรืออาจถูกคนรุ่นใหม่เข้าใจผิด หวังอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ จะได้รับความรู้ความเข้าใจ นำไปต่อยอดการปฏิบัติงานมาเป็นรูปธรรมได้
AI อาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของเราในปัจจุบัน แต่การรู้เท่าทันเทคโนโลยี จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า เราจะนำเทคโนโลยีไปใช้สร้างอนาคตหรือสร้างปัญหา