Fair Ticket ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุมซื้อขายบัตร ปิดช่องบัตรผี-บอทกวาดบัตร-ตั๋วทิพย์ หลัง 5 ปีพบผู้บริโภคเสียหายกว่า 8 พันเคส มูลค่าทะลุ 33 ล. แต่ช่วยได้เงินคืนเพียง 34% จี้วางมาตรฐานระบบขายบัตร-คุมขายต่อราคาแพง พร้อมกำหนดโทษเอาผิด
เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายโอภาส เพชรมุณี เลขานุการประธานรัฐสภา รับยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำกับการซื้อขายบัตรเข้าชมการแสดงและกิจกรรมบันเทิง พ.ศ. …. จากนายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้ริเริ่มกฎหมายภาคประชาชน ในนามกลุ่ม Fair Ticket และ น.ส.นิสรา แก้วสุข ผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันมาตรการจัดระเบียบการจำหน่ายบัตร ปิดช่องปัญหาบัตรผี-บอทกวาดบัตรและคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค
นายนิธิกร กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว มุ่งแก้ปัญหาการกว้านซื้อบัตรเข้าชมการแสดง คอนเสิร์ต และกิจกรรมบันเทิง ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบอัตโนมัติ หรือเทคโนโลยีที่ใช้หลีกเลี่ยงและแทรกแซงระบบจำหน่ายบัตร จนทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงบัตรได้อย่างเป็นธรรม ก่อนนำบัตรไปขายต่อในราคาสูงเพื่อแสวงหากำไร
นายนิธิกร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแม้การซื้อขายบัตรจะอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีมาตรการเฉพาะสำหรับควบคุมความเป็นธรรมในการเข้าถึงบัตร ป้องกันการใช้เทคโนโลยีกว้านซื้อ รวมถึงกำกับการนำบัตรไปขายต่ออย่างเหมาะสม
ร่างกฎหมายจึงเสนอให้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของระบบจำหน่ายบัตร วางมาตรการป้องกันการใช้บอทหรือเทคโนโลยีกว้านซื้อบัตร กำหนดระบบยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตร ตลอดจนหน้าที่ของผู้จัดงานและผู้จำหน่ายบัตร พร้อมกำหนดบทลงโทษ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ระบบจำหน่ายบัตร
นายนิธิกร กล่าวอีกว่า ขณะที่ข้อมูลความเสียหายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาจากอุตสาหกรรมบันเทิงประมาณ 8,058 เคส มูลค่าความเสียหายมากกว่า 33 ล้านบาท แต่สภาองค์กรของผู้บริโภคสามารถช่วยเหลือให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืนประมาณ 11 ล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 34 เท่านั้น ขณะที่ผู้เสียหายอีกจำนวนมากยังไม่ได้รับการเยียวยา
ปัญหาที่พบมีตั้งแต่การหลอกขายตั๋วทิพย์มิจฉาชีพแฝงตัวในระบบซื้อขายบัตร การให้บริการของผู้จัดงานหรือผู้เกี่ยวข้องไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือคำโฆษณา ไปจนถึงการขายบัตรต่อในราคาแพง
นอกจากนี้ เมื่อมีการยกเลิกการแสดงหรือกิจกรรม ยังเกิดปัญหาการชดเชยและเยียวยาที่ไม่ครบถ้วน ขาดหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส รวมถึงมีค่าธรรมเนียมแฝงหรือค่าใช้จ่ายอื่นในการขอรับเงินคืน สร้างความไม่พอใจและสะท้อนปัญหามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค
ด้านนายโอภาส กล่าวภายหลังรับร่างกฎหมายว่า รับทราบถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น และจะนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกราบเรียนประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป