สภาเดือด! สส.ซัดกันวุ่น ชิงถกญัตติชายแดนใต้ ก่อนรายงาน กกต. ‘ฝ่ายค้าน’ ดักทางหวั่นรัฐบาลใช้เป็นแท็กติกปิดปากกรณีฮั้ว สว. ‘รักชนก’ แซะ ครม.รักตัวกลัวตาย ซีก ‘รัฐบาล’ รุมประท้วง
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 3 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ภายหลังเสร็จกระทู้ถามสด
นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเสนอเลื่อนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ปัญหาชายแดนใต้เข้ามาก่อน เราทราบดีว่ารายงานของหน่วยงานก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดก็เป็นเรื่องเป็นเรื่องสำคัญ ความจริงแล้วเป็นญัตติด่วนที่เสนอเข้ามาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เราให้อุทกภัยใน จ.น่าน ก่อน
ทำให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับญัตติของนายซาการียะ แต่คิดว่าสิ่งที่เราต้องมาหารือร่วมกันคือ ลำดับในการพิจารณา หากเลื่อนไปตามระเบียบวาระภายหลังพิจารณากระทู้ถามสด ก็จะเป็นการพิจารณารับทราบรายงาน 2 ฉบับ หลังจากนั้นจะใช้เวลาเต็มที่ในการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องชายแดนใต้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป้าหมายของฝ่ายค้านคือเราต้องการให้มีการพิจารณาทั้ง 3 เรื่องอย่างเต็มที่ หากการประชุมต้องลากไปจนถึงยาวและดึก ก็ลากไป เราก็พร้อมจะอยู่ร่วมประชุมตลอดเวลา และทราบมาจากการประสานงานกับวิปรัฐบาลมาตลอดว่ามีการประสานกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะให้มารับฟังหลังเสร็จการรับทราบรายงาน 2 หน่วยงาน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฉะนั้น จึงอยากถามเหตุผลและความจำเป็นที่จะเลื่อนญัตติด่วนขึ้นมาก่อนว่าคืออะไร ตนยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะสลับระเบียบวาระขึ้นมา และฉุกละหุกในการประสานงานให้หน่วยงานเข้ามารับทราบในช่วงเที่ยงจากที่จะต้องมาตอนเย็น มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงคือมีความพยายามหรือไม่ที่จะไม่ให้สภาแห่งนี้พิจารณารับทราบรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะบังเอิญว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในปี 2567 ซึ่งเป็นสาระสำคัญของรายงานฉบับนี้ดันไปคาบเกี่ยวกับคดีการโกงสว.อาจเกี่ยวข้องกับเพื่อนสมาชิกและรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลชุดนี้ ย้ำว่าเราเห็นความสำคัญของญัตติปัญหาด่วนเรื่องชายแดนใต้ แต่ขอให้เดินตามระเบียบวาระ
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน ซึ่งเราต้องจัดลำดับความเร่งด่วน ซึ่งเมื่อสักครู่นายพริษฐ์ก็บอกเองว่า เป็นรายงานของปี 2567 ฉะนั้นหากเทียบความเร่งด่วนระหว่างปัญหาชายแดนใต้กับรายงานของกกต.ในปี 2567 ที่ท่านอาจจะโยงไปถึงการทำอะไรในส่วนนั้นก็ตาม ไม่เป็นอะไร แต่หากจะจัดลำดับความสำคัญคือเรื่องญัตติด่วนน่าจะขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นท่านจะพิจารณากันกี่ชั่วโมงก็ได้
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนายซาการียะและนายศุภชัย ฉะนั้นจึงขอให้เลื่อนญัตติปัญหาชายแดนใต้ขึ้นมาก่อน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาทุกคนจะเห็นความสำคัญของอุทกภัยน้ำท่วมน่าน แต่ก็ไม่ได้มีการเลื่อนญัตติขึ้นมาก่อนการพิจารณารับทราบรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเป็นรายงานของปีก่อนหน้านี้เช่นเดียวกัน ความเร่งด่วนคงไม่ต่างจากรายงานของ กกต. เพียงแค่เรายืดถือว่าไปตามระเบียบวาระคือเรื่องรับทราบมาก่อน ฉะนั้น วันนี้สิ่งที่มีความผิดปกติคือความพยายามที่จะบอกว่ารายงานของ กกต.ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่เป็นเรื่องด่วน หากมีการเลื่อนญัตติจริง วันนี้จะมีการพิจารณารับทราบรายงานของ กกต.หรือไม่ เราพร้อมจะพิจารณาทุกเรื่อง
ทำให้นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ถามว่าจะได้พิจารณารายงานของ กกต.หรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องดูการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เวลาจะล่วงเลยไปถึงไหน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทราบว่าคนที่ประสงค์จะอภิปรายญัตติดังกล่าวได้ลงชื่อแล้ว ฉะนั้นขอให้คำนวณดูว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่
นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า “เมื่อมีผู้เสนอญัตติ 2 ญัตติ ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการลงมติ” ระหว่างนั้นนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เรามีข้อตกลงร่วมกันของวิป 2 ฝ่ายว่าเราจะพิจารณารายงานทั้ง 2 ฉบับและญัตติด่วน ตนขอความกรุณานายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรไว้ ซึ่งท่านรับปากว่าจะนั่งเกิน 19.00 น.ได้ แต่อาจจะมีการพักประชุมบ้าง ทั้ง 2 ฝ่ายได้บริหารเวลาในแต่ละวาระไว้แล้ว
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ยินวิปรัฐบาลลุกขึ้นมารับปากอีกครั้งว่าคุณหักข้อตกลงไป แล้วอีกข้อตกลงที่เราคุยกันไว้นั้น ยังอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ จะไม่มีการตัดเวลาผู้อภิปรายทั้งญัตติชายแดนใต้และการรับทราบรายงานใช่หรือไม่ ทางวิปรัฐบาลสามารถให้คำมั่นได้
ทำให้นายเลิศศักดิ์ ทักท้วงขึ้นว่า ท่านอย่าเพิ่งไปกล่าวหาว่าใครหักข้อตกลงใคร แต่เนื่องจากญัตติมีการเสนอแล้วและมีผู้ไม่เห็นด้วย ฉะนั้นจึงต้องมีการลงมติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติด่วนเรื่องภาคใต้ แต่เราต้องดำเนินการไปตามระเบียบวาระจนกว่าจะมีคนเสนอญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระ แต่ยังไม่มีใครเสนอญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระ มีเพียงแค่เสนอญัตติเรื่องภาคใต้ หากบอกว่านั่นเป็นญัตติแล้ว แล้วญัตติของตนและเพื่อนสมาชิกอีก 6-7 คนอยู่ที่ไหน และต้องพิจารณาอีกว่าจะพิจารณาอีกตอนไหน ฉะนั้น ตอนนี้จึงต้องดำเนินการไปตามระเบียบวาระ
ขณะที่นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ปัญหาในชายแดนใต้ตั้งแต่ยิงทหารเสียชีวิต 5 ศพ มาจนถึงการเผาทำลายทรัพย์สินเสียหาย วันนี้คนภาคใต้อยากรู้ว่าในสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกรู้สา รู้ร้อนรู้หนาวบ้างหรือไม่ ฉะนั้น ตนเห็นด้วยกับปัญหาชายแดนใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.ซีกรัฐบาลเห็นด้วยกับการที่จะพิจารณาญัตติปัญหาชายแดนใต้ก่อน
ด้านน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เราพูดกันตรงๆ ถ้าวันนี้มีการโหวตขึ้นมา อย่างไรฝั่งรัฐบาลแน่นอนว่ามีเสียงมากกว่า ชนะอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านชนะด้วยความที่ท่านเห็นความทุกข์ร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนจะไม่ว่าอะไรเลย วันนี้ที่เราเถียงกันคือทุกคนในห้องนี้เห็นตรงกันหมดว่าปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องเอามาคุยกันที่สภาฯ นี้ แต่ตนขอถามฝั่งรัฐบาล ที่วันนี้มีรัฐมนตรีมารอโหวตด้วย ถ้าท่านเห็นชีวิตของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สำคัญจริงๆ ทำไมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครม.สัญจรลงใต้ ท่านไม่ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“ทำไมไปแค่สงขลาและให้ส่วนราชการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมารายงาน ถ้าท่านเห็นความสำคัญจริงๆ ทำไม ท่านไม่ลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือการเอาความเดือดร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอ้าง เพื่อปกป้องกกต. เพราะฝั่งรัฐบาลไม่อยากจะให้มีการอภิปรายรายงานของกกต. ในวันนี้” น.ส.รักชนกกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้มีผู้ยกมือประท้วงมากมาย พร้อมขอให้นายเลิศศักดิ์ควบคุมการประชุม
ด้านนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอประท้วงน.ส.รักชนกที่ได้มีการระบุว่า ถ้า สส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชนจริง ทำไมไม่อภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่คือการเสียดสีให้ร้าย ตนอยากให้ถอน ซึ่งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดมาเกือบ 20 ปีแล้ว เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรง ตนเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็อยากฟังว่าสภาฯ อันทรงเกียรติแห่งนี้มองชีวิตของพี่น้องประชาชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นคนเดียวกันทั้งประเทศหรือคนชั้นสอง ซึ่งก็ต้องมาพูดกันในสภาฯ และการเสียดสี ให้ร้ายสมาชิกด้วยกันนั้นตนถือว่าเป็นการทำผิดข้อบังคับ
ทำให้นายเลิศศักดิ์ วินิจฉัยว่า ขอให้น.ส.รักชนก อภิปรายให้อยู่ในประเด็นการหารือว่าสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาอย่างไร อย่าเลยเถิดไปไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเสียดสี
ขณะที่น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า การที่น.ส.รักชนก ระบุว่ารัฐมนตรีที่ไปครม.สัญจรภาคใต้ ไม่ได้ลงไปที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งรัฐมนตรี 3 คน นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงไปแบบเข้าถึงชาวบ้าน ไม่ได้สร้างภาพที่จะลงไป ซึ่งความจริงกลับเที่ยงคืนตีสอง น.ส.รักชนก ต้องถอนคำพูด
ทำให้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนไม่สามารถถอนคำพูดในสิ่งที่ตนไม่ได้พูดได้ และตนขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณายืนยันว่า ครม.สัญจรไม่ได้ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงๆ เพราะครม.รักตัวกลัวตายไม่กล้าที่จะลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ช่วงนี้มี สส.ประท้วงจำนวนมากอีกครั้ง ทำให้นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า น.ส.รักชนก ต้องถอนคำพูดคำว่า รัฐมนตรีรักตัวกลัวตาย เพราะเป็นคำกล่าวหา ซึ่งผิดข้อบังคับข้อ 69 ทั้งใส่ร้าย เสียดสี เพื่อให้จบการอภิปรายอย่างสมบูรณ์ให้ถอนคำว่า รัฐมนตรีรักตัวกลัวตาย
ด้านน.ส.รักชนก กล่าวว่า “ดิฉันถอนก็ได้ คำว่าคณะรัฐมนตรี รัฐบาลภูมิใจไทยรักตัวกลัวตาย ไม่ลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” ทำให้นายเลิศศักดิ์ กล่าวอีกครั้งว่า ท่านไม่ควรเติมต่อ
จากนั้นนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขณะที่ประธานวินิจฉัยแล้ว ทางผู้ชี้แจงยังเสียดสีเพิ่มเติมอีก เดิมทีไม่มีคำว่าพรรคภูมิใจไทย ขอท่านให้เกียรติสภาฯ เพื่อนสมาชิกด้วย อย่าคิดว่าทุกคนมีมารยาทเหมือนท่าน
ทำให้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า “ดิฉันขอถอนคำว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจรักตัวกลัวตาย เลยไม่ลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” และกล่าวว่า เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกประท้วงตน ขอย้ำอีกครั้งว่าความเดือดร้อนของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ ฝั่งรัฐบาลนำมาเล่นการเมืองเพื่อทำให้ไม่เกิดการอภิปรายกกต. ในวันนี้
ช่วงนี้ นายเลิศศักดิ์ ทักท้วงทันทีว่า อย่าเพิ่งกล่าวหาว่าสภาจะไม่พิจารณาเรื่องรับทราบรายงานของกกต. อย่าเพิ่งคาดการณ์ล่วงหน้าไป ตอนนี้ขอให้ว่ากันในเรื่องญัตติด่วนก่อน
น.ส.รักชนก อภิปรายต่อว่า ตนสนับสนุนนายพริษฐ์ เพราะตนกำลังเห็นว่าฝั่งรัฐบาลเอาปัญหาของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาบังหน้าเพื่อปกป้องกกต. ไม่ให้ถูกอภิปรายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม มีผู้ประท้วงลุกขึ้นเป็นระยะ พร้อมทั้งยืนยันว่ามีรัฐมนตรีได้ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง โดยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.รักชนก อภิปรายตอนท้ายโดยใช้คำว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่ลงพื้นที่จังหวัดแดนใต้ เอาปัญหาชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนใต้มาบังเล่นการเมือง มาบังหน้า แต่ตนในฐานะที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล ตนได้รับความเสียหาย จากการเสียดสี และขอยืนยันว่าไม่ใช่อย่างที่ น.ส.รักชนก กล่าวหา
“ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขัดแย้งในพื้นที่กันพอแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติ จะขัดแย้งกันอย่างนี้อีกหรือ และเมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไข ผมอยากให้ถอนคำพูด ผมทำงานอยู่ในสภาฯ แห่งนี้มาหลายปี ยืนยันได้ว่า เราไม่ได้เอาปัญหาชีวิตของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาบังหน้า แต่ทำงานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดยขอให้ถอนคำพูดว่าฟากฝั่งรัฐบาล เอาปัญหาพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาบังหน้า มาเล่นการเมือง” นายกมลศักดิ์ กล่าว
นายเลิศศักดิ์ วินิจฉัยว่า ขอให้ น.ส.รักชนก ถอนคำพูด ประโยคนั้นออก แต่ น.ส.รักชนก ใช้สิทธิในการถูกพาดพิงว่า ตนเห็นใจนายกมลศักดิ์ เป็นอย่างมาก จนถึงตอนนี้ ปัญหาที่นายกมลศักดิ์เจอ รัฐบาลยังไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้นายกมลศักดิ์ด้วยซ้ำ ส่วนตัวก็ถูกเพื่อน สส.ประท้วง หลายครั้ง จนพูดไม่ต่อเนื่อง
ทำให้นายเลิศศักดิ์ ตัดบทให้ น.ส.รักชนกถอนคำพูด แต่น.ส.รักชนก ก็ยังไม่ยอมถอน พร้อมอภิปรายต่อว่า เห็นใจนายกมลศักดิ์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล จนกระทั่ง น.ส.รักชนก ยอมถอนคำว่า “เพื่อนสมาชิกฟากฝั่งรัฐบาล” เปลี่ยนเป็น “ฝ่ายบริหารเท่านั้น”
ขณะที่นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเข้าใจเหตุผลของทั้งสองฝั่งในการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนญัตติ ตนไม่ก้าวล่วงความเห็น แต่เมื่อได้ฟังความเห็นของ น.ส.รักชนก ที่ระบุว่า ไม่มีรัฐบาลและรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตนขอยืนยันว่า รัฐมนตรีลงพื้นที่ โดยเฉพาะตนลงพื้นที่เหตุสถานการณ์รุนแรง อย่างน้อยที่สุด เพื่อบอกว่า ประชาชนที่นั่นไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย เข้าไปทั้งที่ จ.ปัตตานี ยะลา ตั้งแต่หัวค่ำจนถึง ตี2 ตนไม่ได้คาดหวังว่า สิ่งที่ตนทำ ใครจะเห็น แต่มั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่เห็น
“ดังนั้นการให้ข้อมูล ควรมีการตรวจสอบให้ดี การกล่าวหาว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่มีการประชุม ครม.ครั้งไหนที่เชิญ ทุกฝ่ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ามาหารือ ว่าจะต้องเดินไปในทิศทางไหน ฉะนั้น บางสิ่งบางอย่าง ถ้าไม่รู้ ไม่พูดบ้างก็จะเป็นประโยชน์” นายวรศิษฐ์ กล่าว
ขณะที่นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าในการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา มีการรับฟังความเห็น จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับ ปัญหาชายแดนภาคใต้ มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงชายแดนใต้ด้วย หารือกันจนมืดค่ำ อย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน และหากไปดูว่า การอภิปรายรายงานของ กกต. มี สส.ลงชื่อจำนวนมาก ดังนั้นก็ต้องพิจารณากันดูว่า ระหว่างญัตติชายแดนใต้ กับ รายงานการดำเนินงานของ กกต. เรื่องไหน เป็นการเมือง มากกว่ากัน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากจะเอาเรื่องปัญหาชายแดนใต้ขึ้นมาพิจารณา ตนไม่ขัดข้อง แต่ประธานสภาฯ และประธานวิปรัฐบาลต้องยืนยันให้ได้ว่า หลังจากพิจารณาญัตติ เรื่องปัญหาชายแดนใต้เสร็จ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง หรือราว 18.00 น. จะต้องประชุมต่อ เพื่อพิจารณา รายงานผลการดำเนินงานของ กกต. ต่อทันที
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับคำตอบจากตัวแทนฝั่งรัฐบาล คือคำยืนยันว่า วันนี้สภาฯจะได้พิจารณากัน 2 เรื่องหลักที่สามารถใช้เวลาได้เต็มที่ คือ 1.ญัตติชายแดนใต้ ที่ประธานได้สรุปว่า ถ้าใช้เวลากันเต็มที่ไม่มีคนไปเติมชื่อเข้ามาน่าจะจบประมาณ 18.00 น.
และ 2.รายงานของกกต. ซึ่งจำนวนของบุคคลที่ประสงค์อภิปราย คาดว่าจะจบประมาณ 21.00 น. ดังนั้น อยากได้ยินคำตอบชัดๆว่าทุกคนพร้อม จะให้ความสำคัญกับทั้ง 2 เรื่องและอยู่ประชุมกันถึง 21.00 น. คุยกันให้จบเปิดพื้นที่ให้เต็มที่ทั้ง 2 เรื่องนี้ ถ้าให้คำยืนยันกับพวกเราได้พร้อมกับทั้ง 2 ฝ่ายรับปากที่จะช่วยประสาน ประธานสภาฯ ที่เคยให้แนวทางไว้ว่าการประชุมสภาฯแห่งนี้ต้องเห็นตรงกันทั้งสองฝ่าย ถ้าวิปคุยกันรู้เรื่องว่าจบ 21.00 น. เปิดโอกาส 2 เรื่องคุยกันเต็มที่ประธานพร้อมจะทำหน้าที่จนถึงสามทุ่มเช่นเดียวกัน พวกตนไม่ติดใจ
“แต่ถ้าท่านยังไม่สามารถให้ความชัดเจนหรือรับปากแบบนี้กับพวกเราได้ ผมก็ต้องบอกและไม่ได้กล่าวหาว่าสิ่งที่พวกเราตั้งข้อสังเกต ว่าวันนี้พวกท่านกำลังใช้กลไกในสภาฯ นอกจากที่ท่านปิดปากคนข้างนอกไม่ให้มีการเปิดเผยพยานหลักฐาน ท่านอาจจะกำลังใช้กลไกในสภาฯ ปิดปากไม่ให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในเรื่องของการทำหน้าที่ของกกต. ซึ่งนี่คือข้อสังเกต ท่านจะพิสูจน์หักล้างว่าพวกผมตั้งข้อสังเกตผิด ท่านรับปากพวกผมสิครับ ถ้าท่านรับปากไม่ได้ ผมขออนุญาตดำเนินการตามข้อบังคับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเสนอญัตติว่าให้มีการพิจารณาญัตติของจังหวัดชายแดนใต้หลังจากที่มีการพิจารณารายงานของกกต. แล้ว” นายณัฐพงษ์ กล่าว
จากนั้นที่ประชุมเตรียมตัวจะลงมติว่าจะเอาญัตติ ไหนขึ้นมาก่อน โดยระหว่างที่ตรวจสอบองค์ประชุม และให้ลงมติ ประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ”ระบบการลงมติมีปัญหาเล็กน้อย“ จากนั้นนายซูการ์โน ปรึกษาว่า เครื่องยังใช้ไม่ได้ ขอให้พักการประชุมก่อนเพื่อจะไปละหมาด จึงทำให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวว่า พักการประชุม 20 นาที