บอร์ด ดาต้าเซ็นเตอร์ วางกรอบมาตรฐานขั้นต่ำ ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการ สั่งรวมข้อมูลให้เสร็จใน 1 สัปดาห์ เพื่อออกระเบียบภายใน 1 เดือน พลังงานเปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ แยกอัตราเฉพาะ
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 4 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1 / 2569
นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ประชุมครั้งแรก ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจน ทุกคนที่จะเข้ามาทำดาต้าเซ็นเตอร์ ในประเทศไทยไม่เคยมียุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ ดังนั้น คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้กำหนดกรอบระเบียบจัดระเบียบไว้วางยุทธศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ เพื่อนำดาต้าเซ็นเตอร์มาขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ
โดยจะมีการพิจารณาอนุมัติกรอบยุทธศาสตร์ทำให้มีความชัดเจน ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน เช่น บีโอไอ ขอน้ำ ขอไฟ ขอ กสทช. ต่างคนต่างหน่วยงาน จึงจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้อยู่ในกรอบเดียวกัน ขอบคุณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่จัดทำผังข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์เบื้องต้น ทำให้เห็นสถานะปัจจุบันของดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่ง
นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งที่ทำจะจัดระเบียบคือ การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบในเรื่องเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจะดูเป็นรายพื้นที่ การมาเปิดดาต้าเซ็นเตอร์จะต้องมีมาตรฐานอย่างไร เพราะต้องนำข้อมูลนี้มาปรับใช้กับทุกคน เพื่อยกระดับในเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งมีหลายด้าน
เช่น การใช้พลังงานสะอาด การส่งเสริมเพื่อเข้าสู่ Net Zero ซึ่งจะเป็นยุทธศาสตร์ด้าน AI ให้คนไทยเข้าสู่การใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะประเทศไทยมีโอกาสเติบโต จึงทำให้มีแอปพลิเคชันเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้น ใครที่จะเข้ามาทำดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ต้องทำตามยุทธศาสตร์และทำตามมาตรฐานขั้นต่ำ
นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนยุทธศาสตร์ในอนาคต จะต้องสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ การสร้างรายได้ให้คนไทยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Net Zero โดยใครที่จะเข้ามาลงทุนในไทย จะต้องนำเสนอกับคณะกรรมการชุดนี้
นายเอกนิติ เปิดเผยกรณีพบกับผู้นำประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีการพูดคุยเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะสิงคโปร์มีการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์มาก ทุกประเทศเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เราตั้งใจว่าทุกคนต้องทำตามเงื่อนไข และดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ใครจะมาลงทุนอะไร เราจะใช้รูปแบบประเมินความคุ้มค่าและจะรวบรวมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่กระจัดกระจายมาบูรณาการรวมศูนย์ข้อมูล จัดระเบียบให้ชัดเจน หากใครไม่ผ่านตามระเบียบ แอบไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทธุรกิจ จะถือว่ามีความผิด
นายเอกนิติ กล่าวว่า ระหว่างที่ไม่มีระเบียบออกมา ใครที่ไปแอบทำผิดกฎหมาย เช่น การทำถังน้ำมัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่ามีความผิด ไม่ต่างกับโรงงานที่ไปแอบทำก่อนได้รับใบอนุญาตก่อตั้งโรงงาน ส่วนเรื่องมาตรฐาน วันนี้มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะเข้ามาดูเรื่องกลิ่นและเสียง เพื่อไม่ให้รบกวนประชาชน
ด้านนายอนุชา พิชยนันทน์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการฯ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าว เป็นผู้กำหนดนโยบายหลักเกณฑ์เพื่อบริการคนอื่น รวมถึงใช้เอง เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลกระจัดกระจาย จึงต้องดูรายละเอียดขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ ให้แต่ละหน่วยงานส่งข้อมูลให้ฝ่ายเลขาฯของคณะกรรมการฯ ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อนำมาพิจารณาออกระเบียบภายใน 1 เดือน
ที่ผ่านมาการขอเปิดธุรกิจเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ อาจจะไม่ได้ชัดเจนมากนัก จึงต้องกำหนดธุรกิจ เช่น การใช้ประโยชน์ที่สะท้อนต้นทุนในการมีดาต้าเซ็นเตอร์ โดยรายละเอียดจะมอบมอบให้คณะอนุกรรมการ 4 ด้าน ประกอบด้วย
1.คณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจ ดูแลผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของไทย
2.คณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เรื่องน้ำ เรื่องไฟ และระบบดิจิทัล
3.คณะอนุกรรมการที่จะมาดูเรื่องพื้นที่อาคาร-ตำแหน่งที่ตั้ง ลักษณะดาต้าเซ็นเตอร์ควรจะเป็นรูปแบบใดเพื่อให้มีความปลอดภัย
4.คณะอนุกรรมการมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเบื้องต้นคงจะไม่ได้ทำเป็น EIA
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานดูแล 4 เรื่อง ประกอบด้วย
1.การกำหนดราคาค่าไฟฟ้า สำหรับดาตาเซ็นเตอร์ เป็นประเภทเฉพาะ ซึ่ง กพช.มีมติไปตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ให้แยกประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าของดาตาเซ็นเตอร์ ออกมา เพื่อไม่ให้การใช้ไฟฟ้ากระทบกับค่าไฟฟ้าของประชาชน
2.กำหนดเกณฑ์ไฟสะอาด จะกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ทำให้เป็นตัวถ่วงของประเทศ ในการเดินหน้าไปสู่ NET ZERO ซึ่งจะต้องมีใฟสะอาดไม่ต่ำกว่า 60 %
3.การสำรองไฟ ในส่วนของ ดาตาเซ็นเตอร์ จะเป็นการใช้แบตเตอรี หรือการใช้น้ำมันเป็นตัวผลิตพลังงาน สำหรับการสำรองไฟ ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานที่ไม่ส่งผลกระทบและจะต้องปลอดภัยกับประชาชน
4.หลักเกณฑ์ในความมั่นคงต่อระบบ เพราะดาตา เซ็นเตอร์ มีผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ต้องมีเงื่อนไขในการเชื่อมเข้าระบบ เพื่อเวลาใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก หรือไฟขึ้น ไฟลงไม่กระทบกับเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบโครงข่าย เพื่อจะไม่กระทบกับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า บ้านเรือน และผู้ประกอบการ
นายเอกนัฏ ย้ำว่าแต่ละเรื่องจะมีการกำหนดมาตรฐานเกณฑ์ขั้นต่ำ
ขณะที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยดูแล 3 เรื่อง คือ ผังเมือง การบริการไฟฟ้า และน้ำ โดยขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าและน้ำ และพร้อมที่จะชะลอการให้บริการไฟและน้ำ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ยังไม่ได้สร้าง
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันว่า การจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์จะไม่กระทบกับผู้ประกอบการและการลงทุน วันนี้มีการจัดระเบียบโดยเอาข้อมูลและข้อกฎหมายจากทุกหน่วยงานที่กระจาย มารวมเป็นแดชบอร์ดไว้ที่เดียว