“อภิสิทธิ์” ซัดงบ 70 ผิดวินัยการเงินการคลัง ส่อขัดรัฐธรรมนูญ จัดงบลงทุน ผ่านเกณฑ์กฎหมายแบบฉิวเฉียด ชงหั่นงบในภาพรวม 1.5 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาเรียงมาตรา
เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 4 ว่า ตนขอเสนอตัดงบในภาพรวม จำนวน 1.5 แสนล้านบาท เพราะมีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงเป็นปีที่รัฐบาลมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ทำให้มีเงินเติมในระบบอีก 2 แสนล้านบาท
นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาถึงสถานะของประเทศในประเด็นหนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และยังมีหนี้ที่ค้างในรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารของรัฐอีก เป็นเรื่องอันตราย
“ผมผิดหวังที่ กมธ.ไม่พยายามรีดไขมัน เพื่อให้มีพื้นที่ทางการคลัง ช่องว่างในการรับมือสถานการณ์วิกฤตที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ย้ำว่ายังมีวิกฤติที่ยังไม่สิ้นสุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หากอยากสะสางโครงสร้างงบประมาณ และหากกังวลต่อกับดักงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ต้องเริ่มจากการทำงานและพูดความจริง ทั้งนี้ พบว่างบประมาณปีนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
ซึ่งกำหนดให้มีงบรายจ่ายงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และไม่น้อยกว่าวงเงินที่ขาดดุลของบประมาณ แต่งบประมาณที่ถูกเสนอ รายจ่ายลงทุนผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียด เกิน 3 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับการขาดดุล เกินมาเพียง 1.7 พันล้านบาท
“กมธ.เห็นรายละเอียดงบแล้ว ไม่ตั้งคำถามหรือ ที่นับเป็นรายจ่ายลงทุน เป็นรายจ่ายลงทุนจริงหรือไม่ เพราะที่ผมเห็นใน 2 รายการที่ไม่น่าจะใช่ คือ งบกลาง เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท บอกว่ามี 6 หมื่นล้านบาท คือ รายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินไม่มีโครงการ ไม่มีแบบ ไม่มีสถานที่
บอกว่า 60% ของยอดที่นายกฯ หรือครม.อนุมัติเป็นงบลงทุน ผมไม่เชื่อ เพราะหากดูตัวเลขใช้จ่ายงบฉุกเฉินปีผ่านมาเติมโคงการไม่ใช่รายจ่ายลงทุนในสัดสวนที่สูงมาก และนับค่าบริการคลาวด์ภาครัฐ 4.5 พันล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายลงทุน ผมมองว่าไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ลงทุนเรื่องคลาวด์ ส่วนการจัดเก็บข้อมูลเพื่อภารกิจประจำหรือรายจ่ายประจำ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีกฎหมายใช้ก็ต้องบังคับใช้จริงจัง หากรัฐบาลจัดไม่ได้ต้องแถลงต่อสภา แต่ทำไมถึงไม่ทำอย่างตรงไปตรงมาหรือบังคับใช้กฎหมายเที่ยงธรรม ตนยืนยันว่าควรตัดลดวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็น สุ่มเสี่ยงทุจริต และจัดเพิ่มงบลงทุนและให้มีพื้นที่การคลังเพื่อแก้ปัญหา
เรื่องดังกล่าวตนจะติดตาม เพราะงบแสนล้านบาทที่นายกฯ หรือครม.อนุมัติ จะดูว่ามีเจตนาเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และใช้งบกลาง 60% เพื่อรายจ่ายลงทุน หากไม่ใช่ แปลว่าผิดกฎหมาย ตนมีหน้าที่ตรวจสอบต่อไป
ขณะที่ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกมธ. ชี้แจงยืนยันว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
จากนั้นที่ประชุมลงมติในมาตรา 4 เห็นด้วย 281 เสียง ไม่เห็นด้วย 133 เสียง งดออกเสียง 46 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง