หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

มาดามเดียร์ แฉงบเปลี่ยนผ่านพลังงานซํ้าซ้อน 1.2หมื่นล. หวั่นตีเช็คเปล่าให้นายกฯ

7 ก.ย. 2569 - 12:45 น.

มาดามเดียร์ แฉงบเปลี่ยนผ่านพลังงานซํ้าซ้อน ออกพ.ร.ก.กู้เงิน แต่ตั้งไว้ในงบกลางด้วย 12,000 ล้านบาท ซัดเหมือนตีเช็คเปล่าให้นายกฯ หวั่นเกิดทุจริต

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว

เวลา 11.41 น. น.ส.วทันยา บุนนาค กมธ. สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย สงวนความเห็นในมาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 6.93 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่า สภาฯ ไม่ควรปล่อยให้งบที่มีความซ้ำซ้อนอย่างชัดเจนผ่านไป แม้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องจำเป็น แต่เรื่องนี้มีช่องว่างของการใช้งบประมาณ ที่อาจเปลี่ยนคำว่า พลังงานสะอาด เป็น พลังงานทุจริต

น.ส.วทันยา ชี้ให้เห็นว่า การอ้างเหตุผลของรัฐบาล ระหว่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน กับการใช้งบกลาง ที่มีความย้อนแย้งในตัวเอง เพราะเงิน 2 ก้อนนี้มีวัตถุประสงค์เหมือนกัน แต่มาตรฐานการตรวจสอบกลับไม่เหมือนกัน เพราะรัฐบาลได้แบ่งเงินไว้ทำเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานใน พ.ร.ก.กู้เงินส่วนหลัง 2 แสนล้านบาท

แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ได้จัดสรรเงิน 12,000 ล้านบาทในงบกลางปี 70 เพื่อทำโครงการพลังงานสะอาดเช่นกัน ทั้งที่เนื้อหาในวัตถุประสงค์ มีเป้าหมายและภารกิจเดียวกัน รวมถึงช่วงเวลาก็ทับซ้อนกัน เพราะรัฐบาลสามารถกู้เงินได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2570 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณก้อนนี้

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ตอนที่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลอ้างว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่สามารถใช้เงินประจำปีงบประมาณได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน เรากลับเห็นเงินกว่า 12,000 ล้านบาท ที่ใช้ในภารกิจเดียวกัน ซ่อนอยู่ในงบกลางปี 70 ทำให้ตนเกิดคำถามว่า งบส่วนนี้เข้ามาอยู่ในงบกลางได้อย่างไร รัฐบาลต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจ เพราะเป็นผู้แบกรับหนี้จากภาษีเงินกู้ และชดใช้ภาษีจากงบประมาณ

น.ส.วทันยา กล่าวแสดงความกังวลในด้านการตรวจสอบงบประมาณ โดยเปรียบเทียบว่า เงินภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบ และต้องรายงานการดำเนินงานต่อรัฐสภา แต่เงินภายใต้งบกลาง เป็นอำนาจของนายกฯและ ครม.

ดังนั้น การที่เราให้เงิน 12,000 ล้านบาท ผ่านงบกลาง จึงไม่ต่างกับการตีเช็คเปล่าให้นายกฯ สามารถออกแบบขีดเขียนโครงการอะไรก็ได้ หากจะอ้างว่าทำเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน รัฐบาลก็ควรตอบให้ชัดว่า จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่ในการตรวจสอบ

น.ส.วทันยา กล่าวอีกว่า ในวงเงิน 12,000 ล้านบาทนี้ มีเงินงบประมาณถึง 9,600 ล้านบาท ที่รัฐบาลจำแนกไว้เป็นรายจ่ายลงทุน แต่สภายังไม่เห็นโครงการ ครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง หรือหน่วยรับงบประมาณใดๆ จึงตั้งคำถามว่า เรากำลังนับเงินก้อนนี้เป็นการลงทุนจากอะไร

ซํ้าร้ายกว่านั้น ในงบกลางยังตั้งงบไว้ 112,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายที่สามารถยืดหยุ่นทำอะไรก็ได้ในภายภาคหน้า ดังนั้น สิ่งที่สภาฯต้องระวังคือ เรากำลังเห็นรูปแบบการตั้งงบที่มีชื่อตามสถานการณ์ แต่ละรายละเอียดการใช้เงินจริง กลับถูกกำหนดในภายหลัง ดังนั้น คำถามคือ สภาฯกำลังอนุมัติเช็คเปล่าไปให้รัฐบาลหรือไม่

น.ส.วทันยา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่ได้คัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่มองว่าเป็นเรื่องจำเป็นว่าเมื่อรัฐบาลขอใช้เงินจำนวนมากหลายช่องทางพร้อมกัน มาตรฐานความโปร่งใสต้องสูงขึ้น ไม่ใช่ยิ่งใช้ยิ่งต่ำลง และขอให้รัฐบาลเปิดเผยชื่อโครงการและหน่วยงานที่จะรับงบประมาณในส่วน 12,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่เช่นนั้นสภาก็ไม่ควรอนุมัติเช็คเปล่าเหล่านี้


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

มาดามเดียร์ แฉงบเปลี่ยนผ่านพลังงานซํ้าซ้อน 1.2หมื่นล. หวั่นตีเช็คเปล่าให้นายกฯ