ปชน. ถล่ม งบกรมประมง ขอสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ แก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างไร ซัดทำไมไม่แก้วิกฤตกุ้งไทยในขณะนี้ เหน็บเกรงใจใครหรือไม่รู้จะแก้อย่างไร

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2 เข้าสู่มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสกรณ์ และหน่วยงานในกำกับวงเงิน 53,050 ล้านบาท

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายกรมประมงว่า เกิดคำถามเรื่องศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งการท่องเที่ยวอาจจะทำได้ แต่กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาประมงในขณะนี้ กรมได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้วหรือยัง ถึงจะไปส่งเสริมการท่องเที่ยว

เมื่อดูแล้วบางรายการที่จะเอาไปทำ ต่อให้ทำสำเร็จ ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขปัญหาประมงได้ เช่น เรื่องกุ้ง กรมประมงข งบก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งกร้ามกรามอัจฉริยะ อยากทราบว่าอัจฉริยะอะไร จะเห็นผลผลิตหรือลดต้นทุนได้อย่างไร ตนไม่อยากรู้ว่าจะมีเซ็นเซอร์กี่ตัวมีแผงโซลาร์เซลล์เท่าไหร่

แต่อยากรู้ว่าเกษตรกรพี่น้องชาวประมงหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และโครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนได้เท่าไหร่ และจะเพิ่มผลผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ และโครงการนี้จะนำไปสู่การทำให้น้ำดีขึ้น และทำให้มีการรอดของกุ้งก้ามกรามเพิ่มมากขึ้น

ต้องถามว่ารอดจากเท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ หรือแม้แต่แผงโซล่าเซลล์ ที่บอกว่าจะช่วยเรื่องต้นทุนค่าไฟซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการเลี้ยงกุ้งลดลงได้เท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่า สิ่งเหล่านี้ยังได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน จะบอกว่าทั้งหมดน้อยนิดจนไม่เห็นว่าจะแก้ไขปัญหากุ้งที่ปัญหาที่เกษตรกรเจอจะแก้ไขได้อย่างไร จึงมองไม่เห็นว่าโครงการนี้จะแก้ปัญหาได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปดูโครงการลักษณะเดียวกันไม่ได้สร้างเพียงแค่แห่งเดียว เพราะมีการขอมาถึง 6 แห่งรวมทั้งสิ้น 97 ล้านบาทเศษ เมื่อไปดูในเอกสารโรงเพาะพันธ์กุ้งอัจฉริยะที่ขอมามีที่ลพบุรี พัทลุง เมื่อมาเทียบกัน พบว่าราคาแพงที่สุดและถูกที่สุด พบว่ามีราคาต่างกันประมาณ 747,600 บาท ไม่แน่ใจว่าราคาที่ต่างกันนี้เกิดจากอะไร เพราะถามไปในห้องกมธ. ก็ไม่ได้รับคำตอบ

สิ่งที่กังวลไม่ใช่ราคาที่ต่างกัน แต่เห็นว่าเรากำลังเกาไม่ถูกที่คัน ต่อให้กรมประมง ชี้แจงได้ว่าราคาต่างกันเพราะอะไร ผมขอถามว่าการลงทุนโรงเพาะพันธ์กุ้งก้ามกรามนี้คือคำตอบที่สำคัญที่สุดต่อวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทยจริงหรือ เพราะประเทศไทย เคยเป็นหัวหอกในการส่งออกกุ้งกุลาดำและสร้างเศรษฐกิจของประเทศซึ่งเป็นยุครุ่งเรือง

แต่วันนี้หยุดไปแล้ว รวมถึงกุ้งขาวแวนนาไม ที่ประเทศไทยเคยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกจนมาเจอปัญหาเรื่องโรคระบาด และเรื่องต้นทุน ซึ่งตอนนี้นำไปสู่การติดหล่มที่ยังไม่สามารถจะกลับมายืนแถวหน้าได้

“ผมไม่ได้บอกว่ากุ้งก้ามกรามไม่สำคัญ แต่ต้องถามว่าหลักคิดในการใช้งบประมาณถูกต้องจริงหรือไม่เพราะยังไม่เห็นว่าจะแก้ไขอย่างไรกุ้งกุลาดำได้อย่างไร ทั้งๆที่กุ้งเหล่านี้มีศักยภาพในการส่งออก จึงไม่แน่ใจว่าที่ท่านไม่แก้ไข เพราะเกรงใจใคร หรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน