ชัยชนะ อัดงบมหาดไทย 2.27 แสนล้าน จัดสรรผิดที่ผิดทาง จี้สอบเสื้อเกราะ 400 ล้าน เหน็บคนจะเป็นอธิบดี-ผู้ว่าฯ ต้องบินไกลถึงชายแดน ดูมอเตอร์จีพี-ดูฟุตบอล ข้องใจกลายเป็นศูนย์ต่อรองอำนาจไปแล้ว
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า งบประมาณรวมกว่า 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย ยังคงถูกจัดสรรอย่างผิดที่ผิดทาง ไม่ตอบโจทย์การบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนอย่างแท้จริง
ขอชี้ให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ 3 ประเด็น คือ 1.ปัญหาการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่รัฐบาลสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปไล่จับกุม เพื่อนำตัวเข้าบำบัดในค่ายกองร้อย อส. แต่กลับไร้ระบบติดตามผลหลังจากส่งกลับสู่สังคม ส่งผลให้มีผู้ป่วยกลับไปเสพซ้ำสูงถึงร้อยละ 70-80 กลายเป็นภาระผูกพันงบประมาณของท้องถิ่นและอำเภออย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเสนอให้นำงบประมาณกลุ่มจังหวัดที่ถูกตัดทอนมาเพิ่มเติมในส่วนนี้แทน
2.การแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการทุจริตงบเร่งด่วนช่วยเหลือภัยพิบัติในระดับพื้นที่ เมื่อส่องดูเนื้องานจริงกลับพบการตีกินงบประมาณอย่างรุนแรง เช่น สเปกหิน 100 คิว ใส่จริงเพียง 50-70 คิว หรือการขุดลอกสเปก 1,000 คิว แต่ขุดจริงแค่ 500 คิว ทำให้ประชาชนที่บอบช้ำจากน้ำท่วมอยู่แล้ว ต้องทนใช้ถนนและสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
3.งบประมาณและบุคลากรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้รัฐบาลส่วนกลางเข้าตรวจสอบการมีตัวตนจริงของบุคลากร พลอาสา และลูกจ้างที่แต่งตั้งลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้
เพราะหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบด่านตรวจแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่บางรายยังตอบไม่ได้ว่าตนเองดำรงตำแหน่งอะไร จนเกิดข้อสงสัยว่าเป็นข้าราชการจริงหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบงบจัดซื้อเสื้อเกราะของกรมการปกครองวงเงิน 400 ล้านบาท ว่ามีการส่งมอบและใช้งานจริงหรือไม่
“ผมขอปรับลดงบกระทรวงมหาดไทยลง 10% เพื่อให้นำงบที่ใช้อย่างผิดที่ผิดทางกลับมาอยู่ในจุดที่ถูกต้อง และไม่อยากจะคิดเลยว่า วันนี้คนที่จะเติบโตเป็นอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ต้องบินไกลไปถึงชายแดน ต้องวิ่งไปดูมอเตอร์จีพี ไปดูฟุตบอล ถึงจะได้มีโอกาสเติบโตทางราชการ กระทรวงมหาดไทยกลายเป็นศูนย์ต่อรองอำนาจไปแล้วหรืออย่างไร” นายชัยชนะ กล่าว