สาทิตย์ เปิด 3 ปมทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอดึงเงินสมัครสอบเข้างบประมาณแผ่นดิน ให้สภาฯตรวจสอบได้ ชี้ กมธ.ต้องมีคำตอบเรื่องนี้
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ตนคลางแคลงใจต่อการทำงานของกมธ. ที่มุ่งปรับลดงบกระทรวงมหาดไทย เพียงแค่รายการครุยทหารและครุภัณฑ์ทั่วไป แต่ละเลยการตรวจสอบกรณีการทุจริตและโกงสอบท้องถิ่นครั้งมโหฬาร ของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.)
นายสาทิตย์ อภิปรายถึงการทุจริตในสถ.ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.งบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 277 ล้านบาท สถ. ได้ขอตั้งงบไซเบอร์และการปกป้องระบบไว้สูง แต่ในปี 2569 กลับพบการแฮกและเข้าไปแก้ไขไฟล์ดิจิทัลเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่นเพื่อทุจริตมากถึง 115 ครั้ง แต่ในงบปี 2570 กลับถอดดัชนีตัวชี้วัดความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกทั้งหมดกมธ.กลับไม่ซักถามหรือประเมินประสิทธิภาพในส่วนนี้เลย
2.เบี้ยประชุมกรรมการและคณะกรรมการสอบ 90 ล้านบาท แต่มีการตั้งงบเบี้ยประชุมบอร์ดกลางและอนุกรรมการสอบไว้เกือบ 100 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ในปีที่มีการโกงสอบเกิดขึ้น ได้เบิกจ่ายเบี้ยประชุมไปกี่ครั้ง และรัฐบาลจะเรียกคืนงบเบี้ยประชุมที่จ่ายให้กับชุดที่เกิดการทุจริตอย่างไร
3.เงินนอกงบประมาณจากค่าสมัครสอบ 175.3 ล้านบาท ในคดีโกงสอบท้องถิ่น มีผู้สมัครสอบสูงถึง 438,277 ราย โดย สถ.จัดเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 400 บาท รวมเป็นเงินนอกงบกว่า 175.3 ล้านบาท แม้จะมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยจัดสอบในวงเงิน 133 ล้านบาท แต่ยังมีเงินส่วนต่างเหลืออยู่มหาศาล ซึ่งไม่เคยนำมาแสดงไว้ในรายงานงบประมาณอย่างเปิดเผย
“การโกงสอบท้องถิ่นถือเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการไทยอย่างร้ายแรง ผมขอเรียกร้องให้ กมธ.ชี้แจง และเสนอว่าต่อไปนี้ เงินค่าสมัครสอบและงบจัดสอบท้องถิ่นทั้งหมด ต้องนำกลับเข้ามาอยู่ในระบบเงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้สภาฯ สามารถตรวจสอบได้ หาก กมธ.ไม่มีคำตอบก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างน่าผิดหวังอย่างยิ่ง” นายสาทิตย์ กล่าว