นฤมาศ สส.ปชน. สะเทือนใจเหตุยิงในโรงเรียน จี้สังคมทบทวนระบบถือครองอาวุธปืน ชูระบบประเมินความพร้อม-สุขภาพจิตเจ้าหน้าที่รัฐ ป้องกันปืนหลวงถูกใช้ในเรื่องส่วนตัว

วันที่ 9 ก.ย.2569 น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจโทก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงครูหญิงเสียชีวิตภายในบริเวณโรงเรียนก่อนหลบหนีไป

น.ส.นฤมาศระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเบื้องต้นคือการยืนยันความปลอดภัยของเด็กนักเรียนทั้ง 44 คน ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และผู้ปกครอง ได้มารับบุตรหลานกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว โดยโรงเรียนได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อดูแลความปลอดภัย

แม้ข้อมูลเบื้องต้นจะพบว่า เหตุการณ์นี้เป็นความขัดแย้งส่วนบุคคลระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิต ไม่ได้ตั้งเป้าทำร้ายเด็กหรือประชาชนทั่วไป แต่เหตุการณ์นี้กลับทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้สังคมต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง เนื่องจากสิ่งที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุคือ อาวุธปืน และผู้ก่อเหตุคือผู้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการครอบครองและพกพาอาวุธโดยตรง

น.ส.นฤมาศกล่าวว่า คำถามในเวลานี้จึงไม่ใช่แค่ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุหรือจะดำเนินคดีอย่างไร แต่ต้องตั้งคำถามไปถึงระบบว่า มีมาตรการเพียงพอแล้วหรือยังในการประเมินความพร้อม ความเสี่ยง และความเหมาะสมของผู้เข้าถึงอาวุธปืน โดยเฉพาะผู้ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธจากหน้าที่การงาน ซึ่งนำไปสู่แนวคิดเรื่องการประเมินสุขภาพจิตและความพร้อมก่อนการครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน

น.ส.นฤมาศเน้นย้ำว่า แนวคิดดังกล่าวต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันว่า ไม่ใช่การตีตราว่าผู้ครอบครองปืนเป็นคนมีปัญหาสุขภาพจิต และไม่ได้ตัดสิทธิผู้เคยมีประวัติสุขภาพจิตโดยอัตโนมัติ เพราะปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้เท่ากับความรุนแรง และต้องระมัดระวัง ไม่ให้การออกแบบนโยบายเป็นการสร้างตราบาปแก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือ

แต่สิ่งที่สังคมควรมี คือระบบประเมินความพร้อมและความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ เคารพสิทธิประชาชน และควรมีการทบทวนเป็นระยะเมื่อมีปัจจัยหรือเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งต้องมีระบบกำกับดูแลที่รัดกุมรอบด้าน ทั้งเรื่องการอบรม การประเมินความพร้อม การจัดเก็บและการเข้าถึงอาวุธ รวมถึงแนวทางปฏิบัติเมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธปืนที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกนำไปใช้คลี่คลายความขัดแย้งส่วนบุคคล

น.ส.นฤมาศ กล่าวว่า สิทธิในการครอบครองอาวุธปืนต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยความปลอดภัยของสังคมไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง ‘สิทธิ’ กับ ‘การควบคุม’ แต่ต้องออกแบบระบบให้ทั้งสองส่วนเดินหน้าไปด้วยกันได้

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเริ่มต้นจากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แต่เมื่ออาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้อง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่คนสองคน นี่จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่าเราจะลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างไร แต่ต้องถามด้วยว่าเราจะออกแบบระบบอย่างไร เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก เพราะเมื่ออาวุธปืนอยู่ในมือของใครสักคน ความพร้อม ความรับผิดชอบ และความปลอดภัย ต้องได้รับความสำคัญไปพร้อมกัน” น.ส.นฤมาศกล่าว

อ่านข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน