‘วิโรจน์’ ลั่น ไม่ได้สลิ้งแตก ไล่บี้ ‘ภูมิใจไทย’ ซัดแรง ปากบอกขอบคุณ แต่พฤติกรรมทรพี ยกพุทธศาสนสุภาษิตสอน ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีวิวาทะกับ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ว่า เรื่องนี้เขาควรจะต้องไปถามเพื่อนๆ ในพรรคภูมิใจไทย เพราะแต่ละคนเขาก็มีสำนึก ขอบคุณ กตัญญูกับพรรคประชาชน ตนก็อยากให้ นพ.เอกภพ มีสำนึกของความกตัญญูต่อพรรคประชาชนบ้าง
“ที่ผมพูด จริงๆ ผมพูดในฐานะผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น เวลาที่ผมในฐานะผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย สั่งสอน แนะนำ พร่ำสอน ก็อยากให้ฟังเอาไว้บ้าง อะไรที่ทำไม่ถูกก็ให้สำนึกผิด สารภาพมาให้หมด แล้วกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี
แล้วท่าทีฮึดฮัด ชักสีหน้า เถียงคำไม่ตกฟากเนี่ย ก็เลิกซะ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรกระทำต่อผู้มีพระคุณ เวลาเจอกันก็ไปถามนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนะ ให้พูดขอบคุณกันบ่อยๆ หน่อย โค้งคำนับให้สวยๆ หน่อยนะครับ ไปเรียนรู้จากคุณภราดรก็ได้ ที่พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครสั่งสอนนี่” นายวิโรจน์ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่โพสต์ไปอารมณ์ค่อนข้างรุนแรง สลิ้งแตกหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ไม่เลย ตนเห็นพรรคภูมิใจไทยเขาขอบคุณ ใช่หรือไม่ ถ้าขอบคุณ แสดงว่าตนก็ต้องเป็นผู้มีพระคุณต่อเขาไม่ใช่หรือ
ตนคิดแบบนี้ว่า แต่เดิมหลายคนก็มักจะบอกตนว่า พรรคภูมิใจไทยขอบคุณในลักษณะประชดประชัน เหมือนถากถางพรรคประชาชน แต่หลังๆ ตนไม่คิดอย่างนั้นแล้ว ในเมื่อเขาขอบคุณมา เราก็ต้องมองในมุมใหม่ว่า เราคือผู้มีพระคุณต่อเขา ดังนั้น เรามีสิทธิสั่งสอนเขา เขาก็ต้องมีพฤติกรรมและความประพฤติที่นอบน้อม เชื่อฟังผู้มีพระคุณตามวัฒนธรรมไทย
“ใช่หรือไม่ ก็ในเมื่อผมเป็นผู้มีพระคุณต่อเขา แล้วผมแนะนำเขา ผมสั่งสอนเขา แล้วเขาจะไม่เชื่อฟังหรือ หลายคนบอกว่าผมลำเลิกบุญคุณ มันไม่ใช่ลำเลิกนะ ผมแทบจะไม่เคยพูดด้วยซ้ำไป แต่คนที่ยอมรับ ขอบคุณแล้วขอบคุณเล่า โค้งจนกระทั่งหน้าผากจะไปชนหัวเข่าตัวเองแล้ว ก็เป็นพรรคภูมิใจไทยเสียเอง ถูกหรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ปากก็พร่ำบอกอย่างนั้น ดังนั้น ก็อยากให้เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายต่อผู้มีพระคุณบ้าง แล้วชีวิตก็จะพบกับความสิริมงคล ตนไม่ได้สลิ้งแตกเลย ตนคิดว่าสลิ้งแตกน่าจะฝั่งตรงข้ามมากกว่า ตอนนี้ตนบอกชาวพรรคประชาชนว่า การที่มีคนเข้ามาสำนึกบุญคุณเรา คิดว่าเราเป็นผู้มีพระคุณต่อเขา แสดงว่าดี เราควรจะสอนเขาให้มีความกตัญญูรู้คุณ
“ไม่ใช่ปากก็บอกว่าสำนึกบุญคุณ ขอบคุณ แต่พฤติกรรมทรพี อย่างนี้สังคมเขาก็จะติฉินนินทาเอาได้ เราก็เป็นห่วงเขาไง เราในอยู่ในฐานะผู้มีพระคุณ เวลาที่เห็นคนไปว่าเขา ว่าเขาเนรคุณ ไม่รู้จักคุณคน ไม่สำนึกบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน เราในฐานะผู้มีพระคุณเราก็ไม่สบายใจ ผู้มีพระคุณเตือน ผู้มีพระคุณสอนก็ฟัง
วันนี้ถ้าผมได้ถกเถียงพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ผมจะถามเขาครั้งสุดท้ายว่า ตกลงผมเป็นใคร เป็นผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ แล้วคุณควรมีความประพฤติต่อผู้มีพระคุณอย่างนี้หรือ” นายวิโรจน์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะต้องไปถามอีกรอบใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ก็ต้องถามสิว่าตกลงแล้ว ตนยังเป็นผู้มีพระคุณของคุณหรือไม่ หรืออยู่ดีๆ คุณมาพูดว่าเป็นผู้มีพระคุณ แต่วันนี้ไม่มีบุญคุณต่อกันแล้ว อย่างนี้เขาเรียกเนรคุณ
มนุษย์เราก็แปลก ใครก็ตามที่มีบุญคุณกับเรา เพียงครั้งเดียว เขาจะเป็นผู้มีพระคุณตลอดไปนะ การตัดขาด การลืมไปว่าใครคนใดมีพระคุณต่อเรา พฤติกรรมอย่างนี้เขาเรียกว่าเนรคุณ ความกตัญญูเป็นเครื่องชี้ความเป็นคนดี พุทธศาสนสุภาษิตท่านว่าไว้เช่นนั้น
“ฝากบอกพรรคภูมิใจไทยทั้งพรรคเลย จากผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย ผมว่าจริงๆ แล้ว น่าจะสำคัญระดับเดียวกันกับผู้ก่อตั้งพรรคเลยนะ ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี ย้ำว่าผมไม่ได้สลิ้งแตก และผมไม่ได้พูดในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน แต่พูดในฐานะผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทย” นายวิโรจน์ กล่าว