ภัณฑิล ซัด กกต.ตาพร่ามัวมองอะไรไม่เห็น เลยฟ้องฮั้วสว.แค่ 77 คน ฉะประธานกกต.ทำตัวเป็นพยานจำเลยเสียเอง ฝาก ‘แสวง’ ไปแจ้งกกต.ที่เหลือด้วย โดน 157 แน่ เหน็บ‘ภราดร’คดีนี้ไม่ได้สอบไอคิว แต่สอบคน เงิน โทรศัพท์ สถานที่ โพย และผลคะแนน
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนี่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และพ.ศ.2568
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายถึงผลคดีฮั้ว สว.ว่า ช้างตายไป 77 ตัว สุดท้ายสำนวนกว่า 70,000 หน้า ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด ท่านประชุม 11 ครั้งมีมติส่ง 77 คนไปศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ตนไม่ได้ต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อว่าทำงานขยันขันแข็งมี
แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กกต.ทั้ง 7 คน เพราะคดีนี้ใหญ่มาก ไม่ใช่คดีที่ไม่มีอะไร แต่ผู้ถูกดำเนินคดีที่เป็นกรรมการบริหารและคนการเมืองเท่ากับ 0 ไม่มีเลย แม้ผู้ที่ถูกฟ้องในสัดส่วนของบุคคลอื่น 15 คน ประกอบด้วยอดีตผู้ช่วยสส. พรรคภูมิใจไทย, อดีตผู้สมัครของพรรค, อดีตคนทำงาน และอดีต สส.
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ตนถามว่าสอบกันเกือบ 80,000 หน้า แต่พอเข้าเขตการเมืองทำไมสายตามันถึงพร่า มองอะไรกันไม่เห็น
ขอยกตัวอย่างนายหัวภาคใต้ ซึ่งนายสุบิน ศักดา ผู้ที่มีรายชื่อถูกสั่งฟ้องในมติ 7:0 ออกมาเปิดเผยว่านายหัวคนนี้จะช่วยค่าใช้จ่ายให้ และมีเส้นเงินเชื่อมโยงกัน 11 ราย ตนขอตั้งคำถามว่าหาก กกต.ทั้ง 7 คน เห็นนายสุบิน แล้วคนที่เหนือนายสุบินปลิวหายไปไหน มันมีคนเอาเงินมาให้นายสุบิน นายสุบินไม่ได้ร่ำรวยสามารถจ่ายเงินเอง
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารลงนามโดยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 ซึ่งมีความเห็นว่ามีพยานหลักฐานรองรับเพียงพอ ไปถึง นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎษร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจ จึงเสนอให้ดำเนินการตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง รวมถึงพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนหนึ่งด้วย เพราะเห็นว่ามีพยานเพียงพอเรื่องการยินยอมรับความช่วยเหลือ
วันนี้มาดูผล นายพิชัยหาย ปลิว พล.อ.เกรียงไกร หาย ปลิว ต้องไปไล่ต่อ ตนเชื่อว่ากกต.อีก 5 คนคงอยู่ไม่สุข สำนวนเดียวกัน ทำไมเห็นไม่เท่ากัน กกต.ก็ยังเห็นไม่เท่ากัน แตกกันภายใน จนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ต้องออกมาพลีชีพ
ประธาน กกต. ทำตัวเป็นพยานจำเลยเสียเอง หากเสียงข้างมากใช้เกณฑ์ที่สูงกว่ากฎหมาย จนตัดบุคคลบางกลุ่มออกจากกระบวนการตรวจสอบ นี่ไม่ใช่แค่ใครชนะโหวต 5:2 แต่เป็นคำถามว่ากกต.ใช้อำนาจถูกต้องหรือไม่ นายสิทธิโชติเลยรีบกระโดดออกมาเพราะกลัวติดคุก และหากพิสูจน์ได้ว่ามีการตัดตอนให้บุคคลใดพ้นจากการตรวจสอบย้อนกลับมาถึงผู้ลงมติเอง
“ฝากไปบอก กกต.อีก 5 ท่านด้วย ท่านแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ท่านเป็นบุรุษไปรษณีย์คนหนึ่ง ฝากคำพูดผมไปบอกว่าโดนแน่นอน มาตรา 157” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวถึงนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รีในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาระบุว่าไม่มีฉลาด คิดระบบเลือกสว.ว่า บริหารประเทศไม่เก่ง ไม่ได้หมายความว่าฮั้ว สว.ไม่ได้ และคำว่าผมไม่ฉลาดพอ ท่านน่าจะถ่อมตัวมากเกินไป
คดีนี้ไม่ได้สอบไอคิว แต่สอบคน เงิน โทรศัพท์ สถานที่ โพยและผลคะแนน อยู่ในสำนวนหมด วันที่ 14 ก.ย.จึงไม่ใช่วันปิดคดีนี้ แต่คือวันเปิดคดีกับกกต. คนที่ใช้อำนาจลงมติและต้องอธิบายว่าเหตุใดเส้นหลักฐานจึงตัดจบอยู่แค่ตรงนี้