สว.สำรอง ผู้สมัครสว. เคลื่อนไหว ใช้สิทธิ์ ม.44 พ.ร.ป.สว.ปี 2561 นำคดีฮั้ว สว. ฟ้องตรงต่อศาลฎีกา
วันที่ 16 ก.ย.69 มีรายงานข่าวแจ้งว่า มีความเคลื่อนไหวในกลุ่มสว.สำรองและผู้สมัครสว. ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีฮั้วสว. เตรียมอาศัยช่องทาง มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 เพื่อยื่นฟ้องตรงศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ให้พิจารณาคดีฮั้วสว. ภายหลังกกต.มีมติส่งฟ้องเพียงบางส่วน
ข่าวแจ้งว่า แม้สว.สำรองเคยใช้มาตรานี้ ยื่นร้องศาลฎีกาฯ เพื่อให้สว.ที่มีชื่อในสำนวนสอบสวนของกกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ศาลตีตกคำร้อง ด้วยเหตุว่า การประกาศรับรองผลสว.เสร็จสิ้นไปนานแล้ว แต่ในเหตุล่าสุด เชื่อว่ามีช่องทางนำมาตรา 44 นี้มาใช้ฟ้องได้ เหตุเพราะการที่กกต.ได้มีมติส่งฟ้องสว.เพียงส่วนหนึ่ง แต่ผู้มีชื่อในสำนวนส่วนใหญ่และคนของพรรคการเมืองหลุดหมด เป็นเหตุการณ์ที่กกต.เพิ่งลงมติสรุปคดี ส่งผลกระทบชัดเจน จึงเป็นคนละกรณีกับที่ศาลเคยยกคำร้อง
โดยมาตรา 44 พรป.การได้มาซึ่งสว. 2561 ระบุว่า ในกรณีที่ผู้สมัครสว. ในระดับอําเภอ หรือในระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ เห็นว่าการดําเนินการเกี่ยวกับการเลือกเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้นั้นยื่นคําร้องคัดค้านต่อศาลฎีกาภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีการออกคําสั่ง
ตีความได้ว่า เมื่อผู้สมัครสว.เห็นว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกของกกต. ผู้อำนวยการการเลือก หรือผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต หรือไม่เที่ยงธรรม สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการดำเนินการเลือกหรือสิทธิในการสมัครรับเลือกได้
เพราะกกต.มีมติคดีนี้ออกมาแล้ว โดยการส่งฟ้องเพียงส่วนน้อย ทำให้เห็นได้ว่า เป็นการทำหน้าที่ไม่ชอบธรรม แถมการส่งฟ้องสว. 26 ราย ก็เท่ากับยอมรับว่า การได้มาซึ่งสว.ชุดนี้ เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหล่านี้ทำให้มองกันว่า มีโอกาสอย่างสูงที่ผู้สมัครสว.ระดับต่างๆ หรือสว.สำรอง อาจจะหยิบยกมาตรา 44 พรป.สว.2561 ขึ้นมาใช้เพื่อยื่นฟ้องร้องต่อศาลฎีกาฯ โดยตรง